รถแห่ หวั่นผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน จ.มหาสารคาม

View icon 18
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 11.05 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลากหลายอาชีพ ที่เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำมันขาดแคลน และจำกัดการเติมน้ำมัน หวั่นถ้าสถานการณ์ลากยาวไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีปัญหาตามมาอีกมาก

รถแห่ หวั่นผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน จ.มหาสารคาม
รถแห่ ไปเปิดการแสดง เวทีความบันเทิง การแสดงดนตรี และหางเครื่อง ต้องใช้น้ำมันในการเดินทาง และใช้กับเครื่องปั่นไฟที่พ่วงไปด้วย เพื่อจัดการแสดงในพื้นที่ต่าง ๆ ตามแต่เจ้าภาพจะว่าจ้างให่้ไป ช่วงนี่้ ถ้าเป็นระยะทางไกล ๆ เวลารับงานแล้ว ต้องวิ่งหาน้ำมันเติมรถและเติมเครื่องปั่นไฟด้วย รวมแล้ว ไม่ต่ำกว่า 100 ลิตร ต่อ 1 รอบการแสดง ยังไม่รวมระยะทางไกล ๆ ช่วงนี้ก็หวั่นน้ำมันไม่พอ หรือต้องแวะเติมหลาย ๆ ปั๊ม

ซึ่งหากวิกฤตตะวันออกกลาง ยืดเยื้อไปยาวนาน กระทบถึงสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในประเทศ หวั่นว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้ จะกระทบกิจกรรมต่าง ๆ และภาคธุรกิจการขนส่ง

กู้ภัยปรับไปใช้รถ จยย.พ่วงข้าง ขนโลงศพ จ.กาฬสินธฺุ์
รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นอีกทางเลือก ที่ใช้น้ำมันน้อยลงกว่า รถกระบะ รถตู้ จากสถานการณ์น้ำมันที่ราคาแพงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ต้องปรับแผนขับซาเล้ง ขนโลงศพ เข้าหมู่บ้าน ไปช่วยขนย้ายผู้เสียชีวิตออกจากบ้านเรือนต่าง ๆ สภาพอย่างที่เห็น ไปกันแบบทุลักทุเล แต่ก็ยังคงภารกิจช่วยเหลือชาวบ้าน เคสนี้ เป็นการช่วยเหลือญาติของผู้เสียชีวิตในพื้นที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลโคกเครือ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้ขอความอนุเคราะห์หีบศพมายังกู้ภัย เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

รถสองแถว แบกรับน้ำมันแพง ผู้โดยสารน้อย จ.ร้อยเอ็ด
โชว์เฟอร์สองแถว พูดถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมา เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นายเสรี ตรีกุล อายุ 59 ปี คนขับรถสองแถวโดยสารประจำทาง เปิดเผยว่า ทำอาชีพนี้มากว่า 10 ปี ต้องเติมน้ำมันวันละประมาณ 500 บาท วิ่งเส้นทางจากร้อยเอ็ดไปเกษตรวิสัย ไป-กลับวันละ 2 เที่ยว รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร แต่ช่วงนี้ผู้โดยสารลดลง บางเที่ยวมีไม่ถึง 5 คน ถ้าวันไหนได้ผู้โดยสารน้อยผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน ได้ค่าโดยสาร ไม่คุ้มค่าน้ำมัน ถ้าน้ำมันแพงขึ้นไปอีกอาจต้องหยุดวิ่งรถ 

นายชัชวาลย์ โครตโยธา อายุ 64 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า ทำอาชีพนี้มากว่า 20 ปี ต้องเติมน้ำมันวันละประมาณ 200 บาท แต่รายได้ในแต่ละวันกลับไม่แน่นอน เนื่องจากผู้โดยสารลดลงตามภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น หากราคาน้ำมันยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ และไม่แน่ใจว่าจะสามารถยึดอาชีพนี้ต่อไปได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบอาชีพขนส่งรายย่อยในพื้นที่ต่างสะท้อนเสียงเดียวกันว่า วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ ไม่เพียงกระทบต่อต้นทุน แต่ยังกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการดูแล เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจลุกลามในภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง