รวบผู้ต้องหา ปลอมเล่มทะเบียนรถ ยื่นขอสินเชื่อบริษัท สูญเงินกว่า 300,000 บาท

รวบผู้ต้องหา ปลอมเล่มทะเบียนรถ ยื่นขอสินเชื่อบริษัท สูญเงินกว่า 300,000 บาท

View icon 125
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 13.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (18 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวอรวรรณ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.25/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง ,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม” 

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก

สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนกันยายน 2566 ได้มีบริษัทผู้ประกอบธุรกิจให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคล ผู้เสียหาย รายหนึ่ง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ที่มีพฤติกรรมการร่วมกันปลอมคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ นำมาแสดงเป็นหลักฐานยื่นขออนุมัติสินเชื่อกับบริษัท เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย 300,000 บาท

จาการสอบสวนทราบว่า น.ส.อรวรรณ และนายสายชล ได้มาติดต่อขอสินเชื่อกับบริษัท ผู้เสียหาย ในวงเงินจำนวน 300,000 บาท โดยได้นำเล่มคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ระบุชื่อ น.ส.อรวรรณ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เป็นหลักประกัน

โดยมีนายสายชล เป็นนายหน้ามาติดต่อขอให้นำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มายื่นขอสินเชื่อ โดยตกลงจะให้ส่วนแบ่งกับ น.ส.อรวรรณ

จากนั้นผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกันปลอมเล่มคู่มือทะเบียนรถยนต์ โดยการแก้ไขรายชื่อจากผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมเปลี่ยนเป็น ชื่อน.ส.อรวรรณ แล้วนำเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และเอกสารชุดโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บริษัทลิสซิ่งเพื่อขอสินเชื่อ จนบริษัทหลงเชื่อ อนุมัติสินเชื่อ ให้กับน.ส.อรวรรณ

ต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันชำระเงิน น.ส.อรวรรณ ได้ผิดนัดชำระและบริษัท ได้ติดตามทวงถาม น.ส.อรวรรณ แจ้งว่าไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ เนื่องจากมีภาระหนี้กับบริษัทให้บริการสินเชื่ออีกหลายแห่ง จนบริษัท ได้ทราบข้อเท็จจริงภายหลังว่า รถยนต์คันที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อนั้น เป็นรถยนต์ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของน.ส.อรวรรณ

พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.อรวรรณ และนายสายชล โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา นายสายชล ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา แต่ น.ส.อรวรรณ ไม่มาตามกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร น่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีการประกาศสืบจับเรื่อยมา 

ต่อมาวันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. สืบทราบว่าน.ส.อรวรรณฯ ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครนายก จึงเข้าทำการจับกุมตัว พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งจากการสอบสวน น่าเชื่อว่าคดีนี้มีเจ้าหน้าที่ขนส่งรู้เห็น หรืออาจร่วมมือในการปลอมเอกสารสมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง