กระทรวงมหาดไทย ออกกฏกระทรวงใหม่ ให้ทำพินัยกรรม ที่ “สำนักงานเขต-อำเภอ” ไหนก็ได้ แต่ต้องมีพยาน 2 คน เริ่มตั้งแต่ 24 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป
.
วันนี้ (18 มี.ค.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กฎกระทรวงว่าด้วย การทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งสำคัญหลังจากใช้กฎกระทรวงฉบับเดิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 หรือกว่า 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น
.
โดยกฎกระทรวงดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินการเกี่ยวกับ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง และพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ซึ่งเป็นรูปแบบพินัยกรรมที่ดำเนินการผ่านนายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนและทันสมัยมากขึ้น
.
สาระสำคัญของการปรับปรุง ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนสามารถ ยื่นคำขอทำพินัยกรรมได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดภูมิลำเนา ลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการติดต่อราชการ
.
นอกจากนี้ ยังได้กำหนด วิธีการยืนยันตัวตนของผู้ทำพินัยกรรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เช่น การตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปลอมแปลงเอกสาร
.
ในส่วนของพยาน กฎกระทรวงใหม่กำหนดให้ ต้องมีพยานอย่างน้อยสองคน และพยานต้องแสดงตนและลงลายมือชื่อต่อหน้านายอำเภอ เพื่อเพิ่มความรัดกุมและสามารถตรวจสอบได้ในภายหลัง
.
ในการทำพินัยกรรมรูปแบบดังกล่าว ผู้ทำพินัยกรรมสามารถร้องขอรับต้นฉบับพินัยกรรมไปเก็บรักษาเองได้ โดยนายอำเภอจะเก็บสำเนาไว้แทน เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บเอกสาร
.
ขณะเดียวกัน กฎกระทรวงใหม่ยังได้กำหนด แบบฟอร์มคำขอและเอกสารประกอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิขอคัดและรับรองสำเนา เช่น ผู้ทำพินัยกรรม ผู้จัดการมรดก หรือทายาท เพื่อให้การดำเนินการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
.
สำหรับ อัตราค่าธรรมเนียม ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากไม่ได้มีการปรับมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปี เช่น ค่าธรรมเนียมการทำ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในอำเภอ ปรับจาก 50 บาท เป็น 250 บาท และค่าคัดและรับรองสำเนา ปรับจาก 10 บาท เป็น 50 บาท เป็นต้น
.
นางสาวลลิดา ระบุอีกว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้จะช่วยให้กระบวนการทำพินัยกรรมของประชาชนมีความสะดวก โปร่งใส และมีมาตรฐานมากขึ้น ลดข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกในอนาคต และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
.