พิพัฒน์” คาใจน้ำมันล่องหน ! บอกรอดูคนแก้ผ้า ตั้งข้อสังเกต มีคนแอบส่งออกทางเรือหรือไม่

พิพัฒน์” คาใจน้ำมันล่องหน ! บอกรอดูคนแก้ผ้า ตั้งข้อสังเกต มีคนแอบส่งออกทางเรือหรือไม่

View icon 90
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 19.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“พิพัฒน์” คาใจน้ำมันล่องหน ! บอกรอดูคนแก้ผ้า ตั้งข้อสังเกต มีคนแอบส่งออกทางเรือหรือไม่ เผย นายกฯ เรียกจับเท็จทั้งระบบพรุ่งนี้ เชื่อโรงกลั่นกักตุนไม่ได้-ไม่มีที่เก็บ ชี้ แฟร์ทูแฟร์ พร้อม แอ่นอกรับแทนเด็กปั๊ม หลังถูกโวยไม่มีน้ำมันขาย ลั่น “อยากด่าให้มาด่าผม”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ออกมาประท้วงเรียกร้อง ว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่สั่งซื้อวันนี้ แล้วจะได้น้ำมันวันนี้ จะต้องรอไปอีกหลายเดือน ดังนั้น การที่ตนสั่งซื้อน้ำมันที่ได้ก่อนเกิดเหตุในตะวันออกกลาง ถือว่าน้ำมันราคาถูก ทำไมจึงมาขายในราคาแพง ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เรียกว่าเป็น fair to fair กติกาของการค้าขาย ขอฝากผู้ประกอบการว่า วันที่รับซื้อน้ำมันถูกมีกำไรตอนนี้ แต่เมื่อการสู้รบยุติซื้อน้ำมันแพงมาแล้วก็ต้องขายน้ำมันถูกออกไป ต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่น และผู้ประกอบการ เช่นกัน แต่สำหรับบริษัทที่ไม่มีโรงกลั่นซื้อมาวันนี้ ขายได้เลยวันนี้ ความเสี่ยงน้อยกว่าบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่ต้องแบกรับความเสี่ยงสูง ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเองรออีก 3 เดือนจึงจะได้น้ำมัน

นอกจากนี้ ขอฝากถึงประชาชนที่ขับรถเข้าไปซื้อมันในสถานีบริการน้ำมัน เมื่อเข้าไปแล้วเด็กปั๊มบอกว่าน้ำมันในสถานีบริการหมด ก็ไปโวยวายใส่ จริง ๆ แล้วพนักงานปั๊มอยากขาย ดังนั้นขอความเห็นใจ “ถ้าจะด่าพนักงานปั๊ม ขอให้ด่าที่ผมดีกว่า ผมพร้อมที่จะรับฟังทุกข้อมูล ทุกคำถาม ทุกคำติ และชม”

สำหรับการตัดโควตาน้ำมัน 50 % ของผู้ประกอบการ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรี จะเชิญทุกฝ่ายมาประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (19มี.ค.69) โดยจะเชิญมาทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้ประกอบการน้ำมัน ขนส่ง จ๊อบเบอร์ ทุกฝ่ายที่มีส่วนในการค้าขายน้ำมัน มาแก้ผ้าดูทีละคน ว่าใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก โดยจะจับเท็จว่าสิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่ามีน้ำมัน แต่ทำไมสถานีบริการ ซัพพลายเออร์ต่าง ๆ จึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนเองก็ไม่สบายใจ ตนก็คิดไม่ออก การเราขายน้ำมันเฉลี่ยวันละ 15,000 ลิตร/วัน แต่มาปัจจุบันขายให้ 5,000-4,000 ลิตร/วัน ถามว่าหายไปไหน น้ำมันล่องหนได้หรือ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะได้รู้ว่าใครโกหก

ส่วนจะเป็นเรื่องของการขนส่งหรือไม่ ที่ทำให้ไม่มีน้ำมันจำหน่ายในสถานีบริการ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การขนส่งก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่สำคัญน้ำมันที่คลังน้ำมันก็ไม่มีจ่ายเช่นกัน อาจเป็นกระทรวงพลังงาน หรือโรงกลั่นที่โกหกหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า กระทรวงพลังงานประกาศมีน้ำมันในสต๊อก 101 วัน โรงกลั่นก็กลั่นเต็ม 100 % น้ำมันก็ต้องมีขายไม่ขาด เพราะตอนนี้ยังมีน้ำมันดิบเหลือใช้ จึงขอตั้งขอสังเกตว่า มีการนำน้ำมันขนส่งออกทางเรือหรือไม่ และได้ถามไปยังกรมธุรกิจพลังงานแล้วว่าได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง

ส่วนที่ม็อบสั่งให้มีการตัดโควตาน้ำมันของภาครัฐที่จำกัดโควตา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ภาครัฐไม่เคยปฏิเสธการจำกัดโควตาน้ำมัน อดีตเคยซื้อ-ขายอย่างไร น้ำมันเมื่อออกจากโรงกลั่นก็ต้องขายออกไม่มีที่เก็บ ดังนั้นต้องมีการขายออก ย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตา คนที่จำกัดโควตาคือผู้ค้าจากบริษัทแม่ไปสู่แฟรนไชน์ของตัวเอง โรงกลั่นก็ไม่มีสิทธิ์กักน้ำมัน เพราะไม่มีที่เก็บน้ำมัน ยกเว้นว่าโรงกลั่นไม่ได้กลั่นเต็มกำลัง 100 %

ขณะที่มีกลุ่มม็อบตั้งข้อสังเกตมีกลุ่มโม่งออกมาปั่นราคาน้ำมัน ได้รับผลประโยชน์นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันมีตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ประเทศไทยจะประกาศราคาตลาดโลกได้หรือ ผู้ประกาศต้องไปถามประเทศในแถบตะวันออกกลาง เพราะไทยสามารถผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 70,000 บาร์เรล เท่านั้น

“ฉะนั้นผมเชื่อว่าไม่มีใครที่จะสามารถกักได้ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังตามที่คุณประกาศไว้ แต่ก็มีความเสี่ยงหากเก็บน้ำมันดิบไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันดิบในตลาดโลกจะร่วงลงเมื่อไหร่ ใครจะรู้จึงมั่นใจว่าวันนี้ไม่มีใครอยากเสี่ยง การกักตุนที่มองไม่เห็น ไม่มีใครอยากเสี่ยง”

เมื่อถามย้ำว่าสรุปตอนนี้มีการนำน้ำมันออกไปขายทางเรือใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการสันนิษฐาน เพราะมีทางออกที่ส่งออกไปขายได้ทาง คือ การปล่อยให้

เมื่อถามย้ำว่า สรุปตอนนี้ ตั้งข้อสังเกต​ มีการนำน้ำมันออกไปขายทางเรือใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการสันนิษฐาน เพราะมีทางออก ที่ส่งออกไปขายได้ทางเดียว คือ การปล่อยให้ส่งออกทางทะเล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง