องคมนตรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้ง และบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภายใต้ความร่วมมือกับกองทัพอากาศ

View icon 21
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 20.03 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานเปิดปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้ง และบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภายใต้ความร่วมมือกับกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 ซึ่งดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเมษายนของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน ที่มักจะพบการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อนและลูกเห็บตก สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตร

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์ฝนหลวงพระราชทาน สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยบรรเทาภัยธรรมชาติ ด้วยปฏิบัติการฝนหลวงเมฆเย็น เพื่อลดความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ โดยยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ (AgI Flare) ที่ยอดเมฆ เป็นเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อทำให้กลุ่มเมฆตกเป็นฝน ก่อนที่จะก่อยอดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดลูกเห็บ ที่สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตประชาชน

แต่ละปี กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับกองทัพอากาศในการปฏิบัติภารกิจ โดยในปีงบประมาณ 2568 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ และอุดรธานี ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจ 33 วัน 48 เที่ยวบิน ปฏิบัติการในพื้นที่ 22 จังหวัด ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งผลปฏิบัติภารกิจ มีความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ 58.83

และปีนี้ มีแผนปฏิบัติภารกิจบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ช่วงเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม มีการจัดตั้งหน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ ในพื้นที่ 3 โซน โดยจังหวัดเชียงใหม่ จะใช้เครื่องบิน ALPHA JET ของกองทัพอากาศ 1 ลำ ปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนบน, จังหวัดพิษณุโลก ใช้เครื่องบิน SUPER KING AIR 2 ลำ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และจังหวัดอุดรธานี ใช้เครื่องบิน ALPHA JET ของกองทัพอากาศ 1 ลำ ปฏิบัติการบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีภารกิจหลักในการปฏิบัติการฝนหลวง ดัดแปรสภาพอากาศ และบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศแบบครบวงจร เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ภัยแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน ป่าไม้ และแก้ปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ อาทิ ลูกเห็บ และหมอกควัน รวมถึงให้บริการด้านการบินเกษตรและการวิจัยเทคโนโลยี ตลอดจนการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ช่วงบ่าย ไปตรวจเยี่ยมกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองคอนแสน ตำบลสามพร้าว อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ในชุมชนระยะที่ 4 ที่น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน มีอาสาสมัครฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มาให้ความรู้ในการวางแผน และรับมือการใช้น้ำอย่างเหมาะสม ตลอดจนเพื่อดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่

ข่าวอื่นในหมวด