เดือดร้อนถ้วนหน้า หลงกลพระติดพนัน จ.สุพรรณบุรี

View icon 19
วันที่ 19 มี.ค. 2569 | 07.07 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - โดนกันถ้วนหน้าทั้งพระ ทั้งโยม ถูกพระองอาจ หลอกยืมเงิน เบี้ยวสินค้า ค่าจัดงาน ค่าพิธีกร  ตำรวจตามพระที่ถูกกล่าวหา ยอมรับหน้าตาเฉย นำเงินไปเล่นพนันออนไลน์ จนหมดตัว

เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกลุ่ม ญาติโยม นำหลักฐานเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช ดำเนินคดี พระองอาจ พระวัดใหม่มะขามเฒ่า หลังถูกหลอกยืมเงิน และเบี้ยวจ่ายเงินค่าจ้าง

เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เล่าว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระองอาจ ได้มาขอยืมเงินไป 7,000 บาท อ้างว่าจะไปจ่ายค่าวัสดุก่อสร้าง หลังจัดงานวัดแล้วขาดทุน เห็นนั่งรถมาหน้าซีดเซียว สงสารจึงให้ไป ถามว่าจะคืนเมื่อไหร่ พระองอาจบอกว่า น้องจะส่งมาให้จากต่างประเทศ เมื่อตามทวงถูกบ่ายเบี่ย อ้างสารพัดปัญหา ไม่สบายเป็นโควิด-19 เลยถามกลับไปว่าจะให้ไม่ให้ จนคนขับรถที่มากับพระองอาจได้ โทร.บอกว่า ผมก็โดนยืมเงินไป 5,000 บาท แนะนำให้มาแจ้งความ เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

ส่วนนายมารุต ออแกไนซ์ บอกว่า พระองอาจ เบี้ยวค่าจัดสถานที่ 2 งาน เป็นเงิน  15,500 บาท ทำงานกันครั้งแรกไม่มีปัญหา พอครั้งที่ 2 ประชุมพระสงฆ์ ค่าจัดงาน 5,500 บาท พระองอาจ บอกให้ยกยอดมารับเงิน วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 69 พร้อมให้จัดสถานที่รับพัดยศ พอเสร็จงานไม่ได้เงิน ติดต่อไม่ได้ อีกรายเป็นเจ้าของรถแห่ ถูกว่าจ้างไปเล่นในงานพัดยศ พอถึงเวลายกเลิกกะทันหัน ทำให้ทีมงานเกิดความเสียหาย 

ทราบภายหลังว่า พระองอาจ ถูกถอดยศไปแล้ว มีพฤติการณ์หลอกลวง มีคดีติดตัวในหลายจังหวัด และยังทำตัวเป็นหมอดู ลูกศิษย์ก็โดนหลอก จึงอยากดำเนินคดี นายมารุต บอกว่า ไม่ได้เงินคืนไม่เป็นไร ขอแค่จับพระรูปนี้ติดคุกก็ยังดี

ส่วน เจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้าง ถูกเบี้ยวเงินไป 11,050 บาท ให้เครดิตเพราะเห็นว่าตอนแรก พระองอาจยังมีเงินมาจ่ายบ้าง และเป็นของวัด เริ่มซื้อกันมาตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 68 จนต้นปี (16 ม.ค.) มาซื้อครั้งสุดท้าย ติดต่อไม่ได้ พอไปทวงที่วัด อ้างรอลูกศิษย์จากต่างประเทศกลับมาชำระเงินให้ จากนั้นเงียบหาย ตัดสายอ้างโทรศัพท์พัง จนมีคนรู้จักโทร.มาบอกว่า โดนพระองอาจ เชิดเงินไปเหมือนกัน จึงมาแจ้งความ

นายเอ (นามสมมติ) บอกว่า เป็นสัปเหร่อที่วัดเขาพระ และเป็นพิธีกรถูกพระองอาจ ว่าจ้างไปทำหน้าที่งานพัดยศ สัญญาจะให้ค่าจ้าง 1,000 บาท จากนั้น ผัดมาเรื่อย ๆ แล้วก็เงียบหาย จนมารู้ว่าพระองอาจ มีประวัติโชกโชน ถูกถอดยศตำแหน่งพระสมุห์มานานแล้ว แต่ยังใช้ตำแหน่งแอบอ้างหากิน จึงมาแจ้งความไม่อยากให้บุคคลนี้ ใช้ผ้าเหลืองหากิน รู้สึกโมโห เป็นพระแต่หลอกเก่งยิ่งกว่าผี ตอนที่เคยสัมผัส ไม่เคยเห็นพระองอาจทำวัตรเย็น กลับทำกิจที่ไม่ใช่ของสงฆ์

จนช่วง 14.00 น. ตำรวจ นักข่าว ผู้เสียหาย ช่วยกันออกตามหา จนได้เจอพระองอาจนั่งอยู่ริมถนนสามแยกบ้านนางบวช เพื่อรอขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับบ้านจังหวัดระยอง จึงนิมนต์มาสอบสวนที่โรงพัก พระองอาจ เล่าว่า เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษออกมาได้มาบวชเป็นพระ

เมื่อถึงโรงพัก พระองอาจ นำหนังสือสุทธิออกมายืนยันว่า ตนเองไม่ใช้พระเถื่อน แต่ตำรวจตรวจสอบแล้ว พบว่าพระองอาจ ถูกต้นสังกัดที่จังหวัดขอนแก่น ไล่ออกจากวัดตั้งแต่ 4 เมษายน 64 เนื่องจากมีพฤติการณ์ใช้ชื่อวัด แอบอ้างหลอกลวง

พระองอาจ ยอมรับสารภาพไปขอยืมเงินตามวัด และญาติโยมจริง เงินทั้งหมดได้นำไปเล่นพนักจนหมดตัว ยินดีที่จะถูกสึก แต่ขอหาเงินมาใช้หนี้ผู้เสียหายทุกรายก่อน เมื่อถามว่าไม่ละอายต่อบาปหรือ พระองอาจกลับพูดหน้าตาเฉย จะละอายไปทำไม มีพระผู้ใหญ่ถูกจับสึกไปโดนคดีมากกว่าเราอีก

สุดท้ายตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหา เพราะสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ โดยพระขอโอกาสหาเงินมาใช้หนี้ แล้วจะยอมสึก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง