เช้านี้ที่หมอชิต - มีเหตุการณ์ที่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อยู่ ๆ ก็ชกต่อยกันริมหาดป่าตอง ตั้งแต่โป๊ะเรือท่องเที่ยว ไปจนถึงริมถนน ถามชาวบ้านก็บอกว่า น่าจะเมา แต่โซเชียลฯ มองอีกอย่างว่าเรื่องนี้ เป็นผลพวงจาก "ฟรีวีซา"
คู่กรณี ทั้ง 2 ฝ่าย เป็นชาวต่างชาติด้วยกัน มีคนพยายามเข้าไปห้าม ก็ถูกต่อยด้วย วงทะเลาะวิวาทเลยขยายออกไปเรื่อย ๆ จากบนโป๊ะเรือท่องเที่ยว ลามไปถึงทางเท้า เหตุการณ์เกิด กลางดึกวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา พื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
หลังคลิปถูกแชร์ลงโซเชียลฯ มีคนแสดงความเห็นกันเยอะ ตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุมนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนโยบาย "ฟรีวีซา" ที่มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการ เปิดให้ใคร ก็ได้ เข้ามาในประเทศ และหลายคนที่เข้ามา ไม่น่ารัก ไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย
ทีมข่าวลงพื้นที่ คุยกับ ผู้ประกอบการ ย่านป่าตอง มองว่า เหตุชุลมุนนักท่องเที่ยวทำร้ายกันเอง เกิดขึ้นบ่อย สาเหตุหลักมาจากนักท่องเที่ยว ไม่เคารพกฎหมาย
ส่วน "ฟรีวีซา" ถ้ามองข้อดี ก็ต้องยอมรับว่า ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไทยได้มาก แต่ถ้าจะให้ดี อยากให้มีการจัดการกับนักท่องเที่ยวที่สร้างปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อคัดแยกคนไม่ดีออกไป
สอบถามเรื่องนี้ กับรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว บอกว่า ที่ผ่านมาได้ใช้หลายมาตรการ เข้าไปแก้ปัญหา ดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ ทั้งการปราบปราม และระงับเหตุ
แต่ต้องยอมรับว่า ตำรวจอาจควบคุมพื้นที่ ไม่ได้ทั้งหมด เพราะกำลังพลมีจำกัด จึงต้องอาศัยตำรวจพื้นที่ อาสาสมัคร ผู้ประกอบการ ช่วยกันดูแล และภาพรวมก็ออกมาก็เป็นไปในทิศทางที่ดี เทียบคดี 2 ปี ระหว่าง ปี 2567 และ 2568 พบว่าลดลงไปมากกว่า 27 % หรือตอนนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2 คดีต่อนักท่องเที่ยว 100,000 คน
สำหรับกรณี ที่เกิดขึ้น หากพบเป็นการก่อเหตุซ้ำซาก หรือ เมาแล้วอาละวาดตลอดเวลา อาจถึงขั้นส่งเรื่องไปให้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำชื่อเข้าบัญชีเฝ้าระวัง หรืออาจถึงขั้นยกเลิกวีซาได้