อิหร่านโจมตีแหล่งก๊าซกาตาร์ ตอบโต้อิสราเอล

View icon 28
วันที่ 19 มี.ค. 2569 | 13.20 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
อิหร่านโจมตีแหล่งก๊าซของกาตาร์ ตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ของอิหร่าน ขณะที่ สหรัฐฯ รีบปฏิเสธมีเอี่ยวกับการกระทำของอิสราเอลครั้งนี้

วานนี้ (18 มี.ค.) อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในหลายประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับ โดยกาตาร์ระบุว่าสกัดกั้นขีปนาวุธจากอิหร่านไว้ได้สำเร็จ 4 ลูก แต่ขีปนาวุธอีก 1 ลูก ตกลงที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตก๊าซ LPG หลักของกาตาร์ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านเตือนให้อพยพออกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ โดยระบุว่าจะเปิดการโจมตี "ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"

ด้านกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ประกาศให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตอิหร่านเป็น "บุคคลที่ไม่พึงประสงค์" (Persona non grata) และขอให้เดินทางออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน มีรายงานอิหร่านได้มีการโจมตีทางอากาศอย่างหนักต่ออิสราเอล โดยยังคงมีการใช้ขีปนาวุธหัวรบแบบคลัสเตอร์ ซึ่งยากต่อการสกัดกั้น นอกจากนี้ ก็มีรายงานการโจมตีที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ทำให้ซาอุดีอาระเบียประกาศสงวนสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน พร้อมระบุว่าความไว้วางใจใด ๆ ที่มีต่ออิหร่านได้พังทลายลงแล้ว

การโจมตีระลอกใหญ่ของอิหร่านในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ "เซาท์ พาร์ส" (South Pars) แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในอ่าวอาหรับโดยมีอิหร่านและกาตาร์เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยกาตาร์ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ "อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ" ซึ่งทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยง

ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ รีบออกโพสต์ปฏิเสธ ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ทราบเรื่องการโจมตีครั้งนี้เลย และกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง