ศบก. ยัน แรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิต 1 คน เตรียมอพยพคนไทยอีก 4 คนออกจากอิหร่าน เผย สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง เตือนคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวสารช่องทางการ
วันนี้ (19 มี.ค.69) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยถึงความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยประสบเหตุในช่องแคบฮอร์มุซว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์
มีรายงานว่า เลบานอนยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดได้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานสหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะโรงงานก๊าซธรรมชาติในเซาท์อาตของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก อิหร่านได้ประกาศจะตอบโต้และขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุด ทางการอิหร่าน ยืนยันเพิ่มเติมถึงการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองของอิหร่านจากการโจมตีของอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบในพื้นที่
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่า สถานเอกอัครราชทูตได้รับแจ้งจากทางการอิสราเอลยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเป็นแรงงานภาคเกษตร 1 คน เมื่อช่วงดึกวานนี้ (18 มี.ค.) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ดำเนินการติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับกระทรวงแรงงานและทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟได้ออกประกาศเตือนเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนไทยในอิสราเอลมาโดยตลอด
สำหรับความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ นายปาณิดล กล่าวว่า คนไทย 2 คนในอิหร่านได้เดินทางออกจากอิหร่านข้ามพรมแดนไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี และเดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้าวันนี้ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการากำลังประสานการอพยพคนไทยอีก 4 คนจากเมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยคณะมีกำหนดเดินทางออกจากอิหร่าน ข้ามพรมแดนไปยังตุรกีในวันที่ 23 มี.ค. 69 เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ ผู้ประสงค์เดินทางกลับโปรดแจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานโดยเร็วที่สุด
นายปาณิดล ยังกล่าวอีกว่า ผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอย้ำว่าให้ทุกคนติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่งพร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำกับคนไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือประเทศที่สามแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,172 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบออกจากพื้นที่อันตรายเป็นอันดับแรกด้วยความปลอดภัย