อดีตลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจไปขายกว่า 30 เครื่อง ตร.ตามจับถึงบ้าน

อดีตลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจไปขายกว่า 30 เครื่อง ตร.ตามจับถึงบ้าน

View icon 88
วันที่ 19 มี.ค. 2569 | 16.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หนีไม่ทัน ! อดีตลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจไปขายกว่า 30 เครื่อง ตร.ตามจับถึงบ้าน สารภาพก่อเหตุคนเดียว

วันนี้ (19 มี.ค.69)  จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านลงหาปลาในแม่น้ำเลยบริเวณสะพานบ้านใหม่เชื่อมกับบ้านฟากเลย ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย ว่าพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์อยู่ในน้ำ เมื่อนำขึ้นมาตรวจสอบพบว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องช่วยหายใจที่หายไปจากโรงพยาบาลเลย ขณะเดียวกันยังได้พบชิ้นส่วนลักษณะเดียวกันอยู่ที่บริเวณสะพานบ้านขอนแดง รวมเป็น 5 ชุด

ต่อมาเมื่อเวลามา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ ทิ้งอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำฮวย ริมถนนมะลิวรรณ ตำบลนาโป่ง อำเภอเมืองเลย อีกจำนวน 10 ชุด

และล่าสุด เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าได้พบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจเพิ่มอีก 2 ตัว ที่บริเวณสะพานข้ามลำห้วย บ้านแหล่งควาย ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย รวม เป็น 17 เครื่อง จากทั้งหมด 35 เครื่องที่หายไป โดยมีผู้ที่รับซื้อ ได้ติดต่อขอคืนเครื่องช่วยหายใจแล้วจำนวน 4 เครื่อง  นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด  เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569  เวลาประมาณ 12.00 น.  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเลย ได้เข้าจับกุมนายชินวัตร อายุ 31 ปี ผู้ต้องหา ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย  ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะหลบหนี หลังจากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเลย โดยมีพล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย  พ.ต.อ.วรชัย บางยี่ขัน ผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย และนายแพทย์นพดล  พิษณุวงษ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ร่วมกันสอบสวนผู้ต้องหา

พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เปิดเผยหลังการสอบสวนว่า  เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่จำนวนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ขโมยไปนั้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับเป็นบางส่วน ขณะที่ของกลางที่มีผู้ซื้อไปนั้น มีบางคนได้ติดต่อขอส่งคืนมาแล้ว 4 ราย  ส่วนที่เหลือทางตำรวจจะดำเนินคดีข้อหารับของโจร หลังจากนี้จะทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม  เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว

ด้านนายแพทย์นพดล พิษณุวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย เปิดเผยว่า  เริ่มได้รับทราบเรื่องนี้เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2569 หลังการตรวจสอบอุปกรณ์ พัสดุตามปกติ  พบว่ามีอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนได้หายไป จึงได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกจ้างในโรงพยาบาลเอง ก่อเหตุเพียงคนเดียว จึงได้มอบหมายให้นิติกรของโรงพยาบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดี เมื่อลูกจ้างรายนี้ทราบเรื่อง กลัวความผิด จึงนำขาและส่วนประกอบเครื่องช่วยหายใจไปทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐาน และจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้นำเครื่องไปขายให้เอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น  ส่วนมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งเครื่องช่วยหายใจที่ถูกขโมยไปรวมกว่า 35 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำหรับการเคลื่อนที่ หรือติดตั้งในรถฉุกเฉิน จึงไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยทั้งในและนอกของโรงพยาบาลเลย ยังคงให้บริการได้ตามปกติ หลังจากนี้จะมีมาตรการป้องกันและตรวจสอบการใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง