แอปฯ เงินกู้ดอกโหด 3,466% ต่อปี ถูกข่มขู่ประจานจนต้องพึ่งตำรวจ

แอปฯ เงินกู้ดอกโหด 3,466% ต่อปี ถูกข่มขู่ประจานจนต้องพึ่งตำรวจ

View icon 21
วันที่ 22 มี.ค. 2569 | 10.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แอปฯ เงินกู้ดอกโหด 3,466% ต่อปี เหยื่อรายเดียวต้องหาเงินมาจ่ายหลักล้าน ถูกข่มขู่ประจานจนต้องพึ่งตำรวจ ผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่มีประวัติถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันที่ จ.สงขลา

วันนี้ (22 มี.ค.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. เข้าจับกุมนางสาวดารารัตน์ หรือแอน (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่สะเรียง ที่ จ.26/2568 ลงวันที่ 24 เมษายน 2568 ผู้ต้องหาเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ หลังพบพฤติการณ์ปล่อยกู้ดอกเบี้ยมหาโหดและข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย จนมียอดความเสียหายทะลุหลักล้านบาท

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2565 เมื่อผู้เสียหายรายหนึ่งพบโฆษณาแอปพลิเคชันเงินกู้ชื่อ “แอปฯ กระเป๋า แฮปปี้ตัง สินเชื่อฉับไว และสินเชื่อปลอดภัย” ที่อ้างว่ากู้ง่าย ได้เงินเร็ว จึงหลงเชื่อสมัครและให้ข้อมูลส่วนตัวรวมถึงเลขบัญชีธนาคารไป โดยแอปฯ นี้จะเปิดให้กู้หลสยวงเงิน เช่น กู้ 3,000 บาท ได้รับเงินจริงเพียง 1,800 บาท แต่ต้องคืนเต็มจำนวน 3,000 บาท ภายใน 7 วัน หากชำระไม่ทันภายใน 7 วัน จะถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 1,200 - 2,000 บาท ทันที วงเงิน 20,000 บาท ได้เงินจริง 12,000 บาท บีบให้ชำระคืนวันละ 4,000 บาท ให้ครบภายใน 5 วัน เมื่อผู้เสียหายเริ่มจ่ายไม่ไหว แอดมินจะแนะนำให้กู้จาก "แอปฯ เครือข่ายอื่น" เพื่อมาโปะหนี้เดิม ทำให้หนี้พอกพูนอย่างรวดเร็ว

จากการคำนวณพบว่าดอกเบี้ยในเคสนี้สูงถึง 3,466% ต่อปี ส่งผลให้ผู้เสียหายรายนี้ต้องโอนเงินชำระหนี้ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 1,056,761.69 บาท และยังคงเหลือยอดค้างชำระอีกกว่า 185,000 บาท จนสุดท้ายถูกแอดมินโทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะประจานและขึ้นบัญชีดำ

ในชั้นจับกุม นางสาวดารารัตน์ หรือแอน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าทำสมุดบัญชีธนาคารหายไปตั้งแต่ปี 2565 และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.65 แต่ยอมรับว่า "ไม่ได้อายัดบัญชี" พร้อมยืนยันว่าตนอาศัยอยู่ที่นนทบุรีมาโดยตลอด ไม่เคยข้องเกี่ยวกับแอปฯ เงินกู้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบข้อมูลที่ย้อนแย้งกับคำให้การ เนื่องจาก ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วที่จังหวัดสงขลา และศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงไม่ปักใจเชื่อในคำให้การภาคเสธ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับเป็นทางค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง