อิหร่านยังคงตอบโต้ ชนิด “แรงมา แรงกลับ”

View icon 36
วันที่ 22 มี.ค. 2569 | 18.29 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน สร้างความประหลาดใจ ด้วยการยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่ฐานทัพร่วมของอังกฤษและสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย แม้จะพลาดเป้าหมายและถูกสกัดกั้นได้ แต่ก็ทำให้อิสราเอลเตือนว่า เป็นครั้งแรกที่อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลถึง 4,000 กิโลเมตรโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ

วานนี้ กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่โครงการนิวเคลียร์ "นาทานซ์" ในจังหวัดอิสฟาฮาน อีกเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยโจมตีมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงสัปดาห์แรกของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน แต่ไม่มีรายงานแต่ไม่มีรายงานการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

ภาพเพลิงไหม้และความเสียหายที่เห็น เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีฐานนิวเคลียร์ "นาทานซ์" ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองอารัดและดิโมนา ทางตอนใต้ของอิสราเอล

การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการแลกกันแบบแรงมาแรงกลับ เพราะเมืองดิโมนา ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอลเพียง 13 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 78 คน ส่วนการโจมตีเมืองอารัด ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 84 คน ถือเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของอิหร่าน ต่างจากคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่มักบอกว่าอิหร่านแทบหมดสภาพแล้ว

วันนี้ยังมีการเปิดเผยคลิปหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่า เป็นความผิดพลาดของขีปนาวุธระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" ของสหรัฐฯ ที่ตกใส่ชุมชน จนก่อให้เกิดการระเบิดในช่วงก่อนรุ่งสาง เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา จนทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บถึง 32 คน และอาคารบ้านเรือนในย่านมาฮาซซา บนเกาะซิตรา นอกชายฝั่งกรุงมานามา เสียหายหลายหลัง  แม้ทางการบาห์เรนจะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง