วิกฤตตะวันออกกลาง หมอเหรียญทอง เผยกลัวที่สุด คือ ไม่มียา-เวชภัณฑ์ จนต้องแบ่งสรรปันส่วนกัน ห่วงมากที่สุด คือ ผู้ป่วยโรคร้ายแรงและผู้สูงอายุ
สถานการณ์ตะวันออกกลาง โรงพยาบาลหลายแห่งประหยัดทรัพยากรทุกรูปแบบ เริ่มจำกัดการจ่ายยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์การรักษา ไม่เกิน 1-2 เดือน วันนี้ (23 มี.ค.69) พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า โชคดีในระดับหนึ่งที่ตนตัดสินใจยกเลิก รพ.มงกุฎวัฒนะ จากการรับส่งต่อผู้ป่วยบัตรทอง 200,000 คน ตั้งแต่ปี 68 และกำลังจะยกเลิกการรับขึ้นทะเบียนประชากรสิทธิบัตรทองขึ้นตรง รพ.มงกุฎวัฒนะ อีกมากกว่า 40,000 คน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ทั้งยังลดเพดานผู้ประกันตนสิทธิประกันสังคมจาก 100,000 คน คงเหลือ 50,000 คนตั้งแต่ 1 ม.ค.69 แล้ว จึงทำให้สามารถลดปริมาณยา-เวชภัณฑ์ไปได้มากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม รพ.มงกุฎวัฒนะยังมีปัญหาท้าทายท่ามกลางสถานการณ์ยา-เวชภัณฑ์ ที่จะขาดแคลนจากสถานการณ์การสู้รบ ในภารกิจการรักษาผู้ป่วยใน (In Patient , IP) ที่ต้องนอนรักษาตัวใน รพ. และส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคร้ายแรง เรื้อรัง ซับซ้อน ซึ่งเป็นภารกิจการรักษาผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา-เวชภัณฑ์ในปริมาณมาก ทั้งยังมีราคาแพงยิ่งกว่าการรักษาผู้ป่วยนอก(Out Patient , OP)
หมอเหรียญทอง ระบุด้วยว่า สถานการณ์ยา-เวชภัณฑ์ ที่จะขาดแคลนจากสถานการณ์สงครามจะทำให้ รพ. และคลินิก ที่มีประชากรขึ้นตรงประสบปัญหามาก ทั้งปริมาณงานที่มากมายและคาดว่าจะมากมายยิ่งขึ้น ทั้งยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความรับผิดชอบประชากรที่ขึ้นตรงจำนวนมากได้ ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อทั้งปัญหาขาดแคลน และปัญหาขาดทุนจากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และวัตถุดิบที่สูงขึ้น
“ถึงแม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จะลดภาระไปได้มากพอสมควร แต่ผมขอเรียนตามตรงว่าเป็นสถานการณ์ที่ผมกังวลใจมาก กลัวที่สุด คือ ไม่มียา-เวชภัณฑ์ จนต้องแบ่งสรรปันส่วนกัน และห่วงมากที่สุด คือ ผู้ป่วยโรคร้ายแรงและผู้สูงอายุ” หมอเหรียญทอง ระบุ