วันนี้ (23 มี.ค.69) เมื่อเหตุการณ์เช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีลูกสาวอายุ 47 ปี รายหนึ่งซึ่งติดยาเสพติดอย่างหนัก แล้วไปขอเงินแม่อายุ 73 ปี จำนวน 500 บาท แต่ทางแม่ไม่มีเงินให้จึงเกิดความโมโหทำร้ายแม่และลากแม่แท้ๆไปกลางถนนก่อนจะกระทืบซ้ำ ทำให้ตำรวจบางพลีต้องเข้าจับกุมตัวไปดำเนินคดี หลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันสบายใจได้ว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ถูกจับกุมไปดำเนินคดีแล้ว

แต่ผ่านมาได้ไม่ถึงสัปดาห์ ปรากฏว่าชาวบ้านพบเห็นผู้ก่อเหตุคนเดิม ถูกปล่อยตัวกลับมาเดินไล่ขอเงินชาวบ้านในพื้นที่อีก
ล่าสุดผู้ก่อเหตุคนเดิม ก็คือ นางสาวเตือนใจ อายุ 47 ปี เดินบุกเข้าไปในบ้านพักของชาวบ้านหลังหนึ่งในยามวิกาล โดยกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ใน ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จับภาพได้ช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนที่ผ่านมา (23 มีนาคม 2569 ) พบว่ามีนางสาวเตือนใจ เดินบุกเข้ามาถึงในบ้านพัก ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนภายในบ้าน ซึ่งภายในห้องนอนดังกล่าวมีหญิงสูงอายุ และเด็กเล็กนอนหลับอยู่ พอผู้ก่อเหตุบุกเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง พยามมองหาทรัพย์สินอะไรบางอย่าง จังหวะนั้นเอง ปรากฏว่ามีเจ้าข้าวเม่า สุนัขปอม เพศเมีย อายุ 10 ขวบ ที่ทางลูกสาวของบ้านหลังนี้เลี้ยงเอาไว้ เจ้าข้าวเม่า เห็นคนแปลกหน้าบุกเข้ามาถึงในห้องนอน เห่าเสียงดังพร้อมทั้งจู่โจมกัดขาจนผู้ก่อเหตุล้มนั่งที่ปลายเตียง ทำให้หญิงสูงอายุที่นอนอยู่ต้องสะดุ้งตื่นมาเห็นและไล่ผู้ก่อเหตุออกจากบ้านพักไป แล้วโทรบอกให้ลูกสาวมาจับตัวส่งตำรวจ แต่สุดท้ายผู้ก่อเหตุไหวตัวหลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
ล่าสุดผู้เสียหาย คือ นางสาวน้ำทิพย์ อายุ 32 ปี เดินทางมายัง สภ.บางพลี เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางด้าน ร.ต.อ. ธีรนัย ศรีเจริญ รองสารวัตรสอบสวนของ สภ.บางพลี เพื่อแจ้งความเอาผิดในคดีอาญากับทางสาวเตือนใจ ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้เสียหาย บอกว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในขณะที่แม่และน้องสะใภ้กำลังนอนพักผ่อนกันอยู่ในห้อง ปรากฏว่ามีผู้ก่อเหตุเดินบุกเข้ามาในห้อง ซึ่งปิดไฟมืดหมด ขณะนั้นทางน้องสะใภ้เห็นแค่เงาคนเดินเข้ามายังเข้าใจว่าเป็นน้องชายเข้ามาให้นอน จนเจ้าข้าวเม่า สุนัขที่เลี้ยงไว้ กระโดดข้ามตัวน้องสะใภ้ เข้าเห่าและกัดผู้บุกรุกจนทุกคนตื่นนอนมาเจอผู้ก่อเหตุ
หลังเกิดเหตุพยามจับตัวส่งตำรวจและโทรแจ้งตำรวจให้มาจับตัวแต่ตำรวจแจ้งว่าติดเคสเร่งด่วน จึงยังไม่สามรถเดินทางมาได้ กระทั่งผู้ก่อเหตุเดินหลบหนีไป ยอมรับว่าตอนนี้หวาดกลัวผู้ก่อเหตุจะทำร้ายคนแก่ในบ้าน รวมถึงคนในชุมชน ซึ่งผู้ก่อเหตุติดยาเสพติดและไม่มีงานทำ มักคนไล่ขอเงินชาวบ้านเพื่อไปซื้อยา จึงอยากให้ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากภัยต่อคนในครอบครัวและคนในชุมชน
ส่วนสาเหตุที่มีการถูกปล่อยตัวมา หลังถูกจับกุมรอบก่อนไม่กี่วัน ทีมข่าวสอบถามเรื่องนี้ไปยัง พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี ชี้แจ้งว่า สำหรับคดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลและศาลได้มีคำสั่งดำเนินคดีในข้อหาเสพสารเสพติดมีโทษปรับ 2,000 บาท แต่ผู้ก่อเหตุไม่มีเงินเสียค่าปรับจึงถูกจำคุกแทนค่าปรับแทนจนมีการปล่อยตัวออกมา
ส่วนคดีบุกรุกนี้ ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวน หากไม่มาก็จะขอหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากคดีบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาลเป็นคดีอาญาซึ่งมีโทษค่อนข้างสูง คือจำคุก 3-5 ปี หลังจากนี้จะส่งสายสืบตามปะกบเฝ้าระวังพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุเอาไว้ก่อนในระหว่างที่รอจับกุมตัวดำเนินคดี