ตำรวจ พฐ.ชักปืนขู่ลุง อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

View icon 14
วันที่ 24 มี.ค. 2569 | 11.22 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เหตุการณ์ชายชักปืนขู่ลุงขับรถยนต์กลางถนน ทำเอาคนแตกตื่นตกใจ กลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ พฐ.คู่กรณีระงับเหตุซึ่งหน้า

ชาวบ้านถ่ายคลิปด้วยความลุ้นระทึก คิดว่าชาวบ้าน ชักปืนขู่ยิงกัน แต่แท้จริงแล้ว ชายที่สวมหมวกกันน็อกถือปืน นุ่งกางเกงขาสั้น เป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน อยู่นอกเครื่องแบบ จอดรถจักรยานยนต์ขวางหน้ารถยนต์ของ ลุงอายุ 63 ปี คู่กรณี กลางไฟแดงหน้าหมู่บ้านจงเจริญ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จากนั้นชักปืนขู่และเกิดการโต้เถียงกัน ชาวบ้านไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ รีบขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวจะโดนลูกหลง

ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ควบคุมตัวลุง พร้อมปืนของกลางไปสอบสวนที่โรงพัก ลุงให้การว่า พกปืนออกมาจากบ้าน เพราะกลัวว่าเก็บเอาไว้ที่บ้านแล้วจะไม่ปลอดภัย ขณะขับรถกลับบ้าน มีการปาดหน้าไปมากับชายขี่รถจักรยานยนต์ หลายร้อยเมตร

จนถึงสี่แยกไฟแดง ได้จอดรถขวาง แล้วเดินมาที่รถ ลุงอ้างว่า จังหวะที่เบรกรถ ปืนที่เก็บไว้เลื่อนออกมาอยู่ที่เท้า จึงเอื้อมมือหยิบ นายตำรวจจึงเข้าใจว่า ลุงชักปืนขู่ จึงเกิดเหตุตามในคลิป ลุงยืนยันว่า ไม่มีเจตนานำปืนมาขู่แต่อย่างใด

ตำรวจตรวจสอบปืนของลุง มีทะเบียน แต่ไม่มีใบอนุญาตพกพาไปในที่สาธารณะ จึงดำเนินคดีข้อหาพกพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 

แต่กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บางส่วน ถึงพฤติกรรมของตำรวจ ที่เข้ามาระงับเหตุ ว่าอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และการใช้อาวุธปืนจ่อไปยังชายสูงอายุเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น

พันตำรวจเอก ชัยรัตน์ บัวขม ผู้กำกับการ สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบต้นสังกัดของตำรวจนายนี้ ยืนยันว่า เวลาเกิดเหตุนั้นอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ในการนำเอาหลักฐานไปส่ง และผ่านมาพบเจอเหตุโดยบังเอิญ จึงเข้าระงับเหตุอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชน

เมื่อสอบถามข้อมูลอย่างละเอียด ยังพบว่า ผู้ที่มีปัญหากระทบกระทั่งกับลุง นั้นเป็นรถยนต์คันอื่น และได้ขับออกไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว การกระทำของตำรวจนายนี้ ถือเป็นการป้องกันเหตุซึ่งหน้า และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ได้มีการดำเนินคดีใด ๆ กับตำรวจนายนี้

ในส่วนของลุงที่ถูกดำเนินคดี ในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรนั้น ขณะนี้ทางครอบครัว ได้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง