เช้านี้ที่หมอชิต - กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอ "เม็ดพลาสติก-น้ำดื่มบรรจุขวด" เป็นสินค้าควบคุม พร้อมจ่อออกมาตรการควบคุมราคาสินค้า จำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตก่อนขึ้นราคา
กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ในวันนี้ (25 มี.ค.) เพิ่มรายการสินค้าควบคุมที่มีความจำเป็น อาทิ เม็ดพลาสติก และน้ำดื่มบรรจุขวด เข้าบัญชีควบคุม หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน จะปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น จากเดิม "แจ้งเมื่อปรับราคา" เป็น "ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา" สำหรับกลุ่มสินค้านี้ เช่น กระดากระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า ยาสระผม ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ เป็นต้น พร้อมเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และโครงการธงฟ้า เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน 4 เดือนต่อเนื่องจนถึงเดือนสิงหาคมนี้
นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์แล้ว ในเรื่องกำกับดูแลสินค้า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดชุดผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ใน กทม. และปริมณฑล ทั้งหมด 393 แห่ง พบมีการปรับราคาบางส่วน เช่น เนื้อสัตว์ ส่วนราคาผักยังทรงตัวอยู่ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ไม่ให้ใครฉวยโอกาสราคาในช่วงนี้
ด้าน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า เตรียมนำมาตรการต่าง ๆ มาใช้ โดยเฉพาะการขอความร่วมมือจากผู้ผลิตรายใหญ่ ให้ผลักดันสินค้า "เฮาส์แบรนด์" ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่า ทำให้ราคาจำหน่ายถูกลง แต่คุณภาพใกล้เคียงสินค้าแบรนด์ทั่วไป
แต่ยอมรับว่าสินค้าบางรายการมีการปรับราคาขึ้นลงตามกลไกตลาด ซึ่งจากการลงพื้นที่ ยังไม่พบการกักตุนสินค้า โดยผู้ประกอบการหลายรายยืนยันว่ามีสต็อกเพียงพอถึงเดือนเมษายนนี้
เมื่อนักข่าวถามย้ำว่า หากสินค้าขึ้นราคาจริง แล้วประชาชนเกิดความกังวล จนแห่กักตุนสินค้า ทางกระทรวงฯ จะทำอย่างไร ทางปลัดกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า "อย่าไปกักตุน เพราะราคาขึ้นแล้วก็ต้องลง พระอาทิตย์ขึ้นยังมีลง ทองขึ้นยังมีลง"
ทางกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกันทั่วประเทศ กรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ยารักษาโรค และเวชภัณฑ์ยังมีเพียงพอ ไม่มีสัญญาณการขาดยาแต่อย่างใด เบื้องต้น สต็อกยาแต่ละตัวยังคงมีเพียงพอสำหหรับ 3-6 เดือน ยกเว้นในกรณีที่การสู้รับมีการยืดเยื้อ ต้นทุนราคายาอาจเพิ่มสูงขึ้น จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คอยตรวจสอบระยะเวลาการนำเข้า หากเป็นยาที่นำเข้าก่อนเกิดสถานการณ์การสู้รบ ก็จะไม่ให้ขึ้นราคา หากเป็นยาที่นำเข้ามาใหม่คาดว่าจะมีการเพิ่มราคาขึ้นไม่เกิน 10 % เท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อคนไข้