สำหรับผู้ประกันตนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะถูกหักเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาท/เดือน ส่วนใครที่เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ จะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง (เช่น เงินเดือน 10,000.- จ่ายเพียง 500.-)
ทั้งนี้ เงิน 875 บาทที่เราจ่ายไปทุกเดือน ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกแบ่งไปดูแลเราถึง 7 กรณี ดังนี้
1. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท) - ก้อนที่ใหญ่ที่สุด
สงเคราะห์บุตร : รับเงิน 1,000 บาท/เดือนต่อคน (จนบุตรอายุครบ 6 ปี)
เงินออมชราภาพ : นายจ้างสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว! รวมเป็นเงินสะสมสูงถึง 1,050 บาท/เดือน เพื่อไว้ใช้ยามเกษียณ
2. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)
เจ็บป่วย: รักษาฟรีตามสิทธิ ไม่จำกัดวงเงิน
คลอดบุตร: ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท (ไม่จำกัดครั้ง) + ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท + เงินหยุดงานเพื่อคลอดบุตรสูงสุด 26,250 บาท
ทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาท/เดือน
เสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และมีเงินสงเคราะห์ให้ครอบครัว
3. กรณีว่างงาน (87.50 บาท)
รับเงินทดแทน กรณีเลิกจ้าง ร้อยละ 60 ของค่าจ้าง
และ กรณีลาออก ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง
*สำหรับผู้ประกันตนที่ลาออกโดยสมัครใจ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามวาระ จะได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) ภายใน 1 ปีปฏิทิน กรณีลาออกเอง เช่น เงินเดือน 10,000 บ. จะได้รับ 10000 x 30% = 3,000 บาท / เดือน
ส่งไปแล้วไม่เคยใช้สิทธิเลย เงินส่วนใหญ่จะกลายเป็น "เงินออมชราภาพ" ที่รอคืนให้คุณในวันที่เกษียณ หรือหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ทายาทจะได้รับทั้งค่าทำศพ เงินสงเคราะห์ และเงินบำเหน็จชราภาพสะสมทั้งหมด
สอบถามข้อมูลประกันสังคมได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอบคุณข้อมูล ประกันสังคม
