เอกนัฎ จี้เปิดเผยข้อมูลเพื่อแก้วิกฤตน้ำมัน ใช้ยาแรงจัดการคนฉวยโอกาสกักตุน

เอกนัฎ จี้เปิดเผยข้อมูลเพื่อแก้วิกฤตน้ำมัน ใช้ยาแรงจัดการคนฉวยโอกาสกักตุน

View icon 41
วันที่ 25 มี.ค. 2569 | 11.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ข้อมูลน้ำมันสวนทาง โรงกลั่นบอกผลิตเต็มกำลัง แต่ปั๊มน้ำมันบอกถูกตัดโควตา ปชช. หาน้ำมันเติมไม่ได้ “เอกนัฎ” จี้เปิดเผยข้อมูลเพื่อแก้วิกฤต รัฐบาลต้องใช้ยาแรงจัดการคนฉวยโอกาสกักตุน

ที่รัฐสภา วันนี้ (25 มี.ค.69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายนำเสนอญัตติขอให้สภาฯ พิจารณาแนวทางรับมือวิกฤติการณ์จากสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ว่า จากการรายงานข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอต่อการกลั่นน้ำมัน และพบว่าโรงกลั่นได้กลั่นเต็มความสามารถ เช่น กลั่นน้ำมันดิบวัละ 1 ล้านบาเรล ออกมาเป็นดีเซล วันละ 77 ล้านลิตร บางวันกลั่นถึง 84 ล้านลิตร และยังบอกด้วยว่า น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปยังผู้ค้ารายใหญ่มากกว่า 77-100 ล้านลิตร

หากเชื่อข้อมูลของกระทรวงพลังงาน คือ ได้จ่ายน้ำมันเข้าระบบไปมากกว่าปกติ แต่ทำไมปั๊มน้ำมัน แจ้งว่าได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง เช่น โควตา 1 หมื่นลิตร ถูกจำกัดเหลือเพียง 6 พันลิตร ขณะที่รถบรรทุกซื้อน้ำมันจากจ็อบเบอร์ แล้วขายส่งให้ปั๊มอิสระ กลุ่มอุตสาหกรรมรถบรรทุกโรงงาน ก็บอกว่าไม่ขายหรือขายก็โก่งราคา จากที่ขาย 33 บาท กลับขาย  40 บาทต่อลิตร จะเห็นได้ว่าข้อมูลจากโรงกลั่น ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชน สวนทางกัน

“รัฐบาลได้สั่งการให้ตรวจสอบคลังน้ำมันต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ รวบรวมข้อมูล และหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศบก. ได้รับข้อมูลแล้วอย่าเก็บไว้ ต้องบอกออกไปเพื่อรักษาโรคตื่นตระหนกของประชาชน แถวบ้านผม ตลกหรือไม่ ต้องเติมน้ำมันเพื่อออกไปหาน้ำมันมาเติม เติมเสร็จระหว่างทางไม่รู้จะมีน้ำมันเติมหรือไม่ กว่าจะเจอปั๊ม น้ำมันที่มีก็หมด วนไปแบบนี้” นายเอกนัฏ กล่าวอภิปราย

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขอให้โรงกลั่นขนาดใหญ่ 6 โรงกลั่นเปิดเผยข้อมูลการกลั่นและการส่งออก เพื่อให้ตรวจสอบได้และทำให้รัฐบาลทำงานง่าย ตนหวังว่าจะไม่ต้องใช้ยาแรงมากกว่านี้ การส่งข้อมูลและการประกาศราคา หากส่งข้อมูลแล้ว ประชาชน หน่วยงานช่วยตรวจสอบ มีผู้ประกอบการรายใดฉวยโอกาสวิกฤตแสวงหากำไรที่ไม่ควรได้  กักตุนน้ำมัน ทั้งผู้ค้ารายใหญ่ และรายเล็ก ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด 

นายเอกนัฏ ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ควรทบทวนโครงสร้าง เนื่องจากอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนไปยังอนาคตของประเทศ พร้อมกับเสนอให้พิจารณาปรับระบบการสำรองน้ำมันของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว แทนการพึ่งพาการสำรองน้ำมันในเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง