ตำรวจฝึกยุทธวิธี ต้องพร้อมจริงทุกสถานการณ์ ปฏิบัติรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา (ผบช.ศ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการฝึกอบรมของศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง กองบัญชาการศึกษา เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีตำรวจหลักสูตรการฝึกอบรมตามโครงการฝึกอบรมการยิงปืนเล็กสั้นขั้นพื้นฐาน (Basic Carbine Shooting Course) หัวข้อหลักพื้นฐานการยิงปืนเล็กสั้น และโครงการการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแก้ไขสถานการณ์ (Use of Force) หัวข้อพื้นฐานการเผชิญเหตุ และระดับภัยคุกคามของผู้ก่อเหตุ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร ได้ถ่ายทอดข้อสั่งการของ ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญในการฝึกยุทธวิธีในการเผชิญ/ระงับเหตุต่าง ๆ หลักความปลอดภัยของตำรวจ และการใช้กำลังตามความจำเป็น เหมาะสม และได้สัดส่วนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ยกเอาบทเรียนที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมาให้ผู้เข้ารับการอบรมศึกษาและถอดบทเรียนดังกล่าว เพื่อเอามาปรับใช้กับการฝึกเป็นไปตามยุทธวิธีและกฎหมาย ให้เกิดความชำนาญ มีความมั่นใจในการนำไปใช้ระงับเหตุ และสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบของตนต่อไป
สำหรับการฝึกครั้งนี้เน้นทักษะสำคัญที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ทั้งการใช้อาวุธปืนเล็กสั้นขั้นพื้นฐาน การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญเหตุ โดยเฉพาะการฝึกด้านยุทธวิธี ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการเผชิญสถานการณ์เสี่ยง ทั้งการเข้าเผชิญเหตุคนแรก ระงับยับยั้งเหตุ การควบคุมสถานการณ์ และการป้องกันตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าการฝึกด้านยุทธวิธีเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจด่านหน้าทุกนายในฐานะผู้เผชิญเหตุคนแรก และนำไปสู่การบริหารจัดการเหตุให้ยุติลง โดยผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับจากการฝึกครั้งนี้ ได้แก่ การเข้าระงับเหตุที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อความสูญเสียในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และสร้างความมั่นใจว่าตำรวจมีความพร้อมรับมือเหตุการณ์ได้อย่างมืออาชีพ
พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภาพตำรวจยุคใหม่ ที่ไม่เพียงปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ แต่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องให้ทันสมัย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับรูปแบบอาชญากรรมและภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป