บุกทลายเว็บพนัน เช่าวิลลาหรูในเมืองพัทยา เดือนละ 1.2 แสน จับ 43 แอดมินชาวอินเดีย เปิดฐานพนันออนไลน์ 23 เว็บไซต์ เงินหมุนเวียน 1.6 พันล้านบาท จัดเวร 50 คน เข้าทำงานเป็นรอบ
วันนี้ (25 มี.ค.69) กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) เปิดปฏิบัติการสืบสวนเข้ม บุกทลายขบวนการชาวต่างชาติใช้วีซ่าท่องเที่ยวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ภายในบ้านพักหรูกลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบเปิดเป็นฐานปฏิบัติการแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ขนาดใหญ่ เงินหมุนเวียนสูงถึง 5 พันล้านรูปี หรือประมาณ 1.6 พันล้านบาทต่อปี
พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.ทท. นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา สนธิกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพื้นที่ สภ.หนองปรือ และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย
คดีนี้การสืบสวนเริ่มต้นจากสายลับแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย ของบ้านพักแห่งหนึ่งใกล้อ่างเก็บน้ำมาบประชัน พบมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่บ้านกลับปิดเงียบผิดปกติ มีการสั่งอาหารและของใช้จำนวนมากเข้าไปภายใน มีรถยนต์ตู้รับส่งคนเข้าออกเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม แฝงตัวเก็บข้อมูลทั้งภาคพื้นดินและมุมสูง รวมระยะเวลากว่า 1 เดือน ก่อนรวบรวมหลักฐานขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา
กระทั่งวันที่ 24 มี.ค.69 เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว พบชายชาวอินเดียแสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้าน เมื่อเข้าตรวจค้นภายใน พบชาวอินเดีย 43 คน กำลังนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในลักษณะแอดมิน คอยตอบลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า ลักลอบทำงานเป็นแอดมินให้เครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์จากต่างประเทศ รวมกว่า 23 เว็บไซต์ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย มีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยเว็บไซต์ละประมาณ 6 แสนรูปีต่อวัน และรวมทั้งเครือข่ายสูงถึง 5 พันล้านรูปีต่อปี
กลุ่มผู้ต้องหาเช่าบ้านหลังดังกล่าวในราคาเดือนละ 120,000 บาท ใช้เป็นสถานที่ทำงานมานานกว่า 1 ปี มีการหมุนเวียนพนักงานไม่เกิน 50 คนต่อรอบ โดยมีบุคคลใช้นามว่า “นาย AK” เป็นผู้ควบคุมและจัดหาเสบียง พร้อมจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสด เฉลี่ยคนละ 30,000–35,000 รูปีต่อเดือน
ในการตรวจค้น ได้ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 50 เครื่อง คอมพิวเตอร์ และจอมอนิเตอร์ รวม 33 ชุด อุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และซิมการ์ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชาวอินเดียทั้ง 43 ราย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้บงการเครือข่ายรายสำคัญมาดำเนินคดีต่อไป
ตำรวจท่องเที่ยวระบุว่า จะเดินหน้าปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง หากพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย