ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่ชายชาวลาว อายุ 26 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมแฟนสาว เสียชีวิตในห้องพักแล้วแยกชิ้นส่วนศพไปทิ้งในคลองประปา เป็นข่าวใหญ่ที่ติดตามกันมาตั้งแต่เช้า วันนี้เราส่งผู้สื่อข่าวกระจายกันลงไปหาข้อเท็จจริง พบหลายประเด็นที่น่าสนใจ
เริ่มจากที่ สน.ทุ่งสองห้อง ที่เราส่ง คุณพิธพงษ์ ทีมข่าว 7HD ไปรอรับตัวผู้ต้องหา ตั้งแต่เช้า ก็ได้เจอกับ นางสาวติ้ง พี่สาวของผู้ก่อเหตุ ที่มาถึงแต่เช้า ตั้งใจจะรอเจอหน้าน้องชาย
นางสาวติ้ง เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อว่าน้องชายจะก่อเหตุโหดร้ายขนาดนี้ กระทั่งได้เห็นข่าว และหลักฐานต่าง ๆ
ก็เริ่มปฏิเสธยาก ยิ่งน้องชายรับว่าได้ อำพรางศพแฟนสาวตัวเองอย่างไร ก็ทำใจแล้วว่า ถ้าเป็นแบบนี้ น้องชาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ส่วนตัวเองก็อยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะเห็นว่าการกระทำแบบนี้ โหดเหี้ยมเกินไปจริง ๆ
แล้วเรื่องความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนนี้เป็นอย่างไร ในเมื่อพี่สาวไม่รู้ ก็ต้องไปถามคนที่เคยเห็นทั้งสองคน น้องจุ้ย ปฏิภาณ ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุไปหาคำตอบนี้มาให้ เริ่มจาก นางเรือนแม่บ้านประจำอะพาร์ตเม้นต์ บอกว่าเคยเห็น ทั้ง 2 คน ตอนที่ยังรักกันดี
ไม่เคยได้ยินเสียงทะเลาะกัน หรือมีปัญหาอะไรกันมาก่อน ฝ่ายชายเป็นคนนิ่ง ๆ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เวลาเลิกงานก็จะไปรอฝ่ายหญิง ที่ทำงานร้านขายลูกชิ้น เพื่อรอเดินกลับห้องพักพร้อมกัน ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านแถวนี้มาก รวมถึงตัวเองที่ไม่กล้าจะขึ้นไปทำความสะอาดที่ชั้น 4 เพราะรู้สึกกลัว
ส่วนวินรถจักรยานยนต์ คนนี้ที่ยืนยันเรื่องประเด็นความหึงหวงได้ เพราะเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ฝ่ายชายเคยจ้างให้พาไปแจ้งความคนหาย เพราะติดต่อฝ่ายหญิงไม่ได้ 4 วัน และเคยบุกไปหาถึงร้านคาราโอเกะ ที่ฝ่ายหญิงเคยทำงาน แต่สุดท้ายก็ไม่เจอตัว
ประเด็นสำคัญอีกอย่าง คือเรื่องการติดตามหา ชิ้นส่วนศพของผู้เสียชีวิตอีก 2 ถุง คือถุงที่ 7 และ 8 ที่ผู้ต้องหาบอกว่า ได้ทิ้งไว้ที่ถังขยะหน้าที่พัก ผู้อำนวยการสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ บอกว่าที่ยังหาไม่พบ คือ กระดูกซี่โครง และอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งจำเป็นต้องการใช้ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ว่าถูกทำร้ายร่างกาย หรือไม่ อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่า ตอนนี้ฝ่ายสืบสวนติดตามจนพบจุดที่รถขยะเอา ถุงดำจากหน้าหอพักไปทิ้งแล้ว เหลือเพียงการค้นหาถุงดำอีก 2 ถุง เพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงใจคดีนี้