เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) "นายกฯ อนุทิน" เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อหารือวิกฤตราคาน้ำมัน หลังจากราคาพุ่งพรวดจนทำให้คนไทยเดือดร้อนอย่างหนัก
ซึ่งความเคลื่อนไหวของ "นายกฯ อนุทิน" ต้องบอกว่าน่าสนใจ เพราะเข้าทำเนียบฯ ขับรถไฟฟ้าเข้ามาตามปกติ และพอขาออกหลังการประชุม ก็ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าว โบกมือทักทาย บอกว่า "พอแล้ว" ด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ และขับรถออกไปทันที
ซึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ มีการแถลงข่าวในหลายประเด็น ทั้งเรื่องดูแลสินค้า มาตรการช่วยเหลือชาวบ้าน และคำชี้แจงการขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก
แต่มากันที่ประเด็นแรกก่อน คือการชี้แจงจากรัฐบาลว่าเหตุใดจึงต้องปรับเพิ่มราคาน้ำมันแบบกระชากพุ่งพรวดแบบนี้ ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบหนัก จึงต้องปรับราคา เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ในการประชุม ศบก. กระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่าการปรับราคาน้ำมันตอนกลางคืน อ้างอิงตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์ ปิดราคาประมาณ 19.00 น. และต้องทำโครงสร้างราคาน้ำมัน ต้องตีเป็นค่าเงินบาท กว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 20.00 น. จึงมีการประชุมช่วง 21.00 น. ยืนยันว่าการขึ้นราคาน้ำมันตอนดึกไม่ได้ช่วยเหลือใคร และไม่มีใครรู้ราคาน้ำมันมาก่อน
ส่วนราคาน้ำมันจะไปถึง 70 บาทต่อลิตรในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก
ย้อนกลับมาที่ผลการประชุม ครม.นัดพิเศษ ได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนหลังเกิดสถานการณ์ดังกล่าว 7 ข้อ ประกอบด้วย
1. ให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะลดอย่างไร ระยะเวลาเท่าไร ตามความเหมาะสม
2. ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เติมเงิน ใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค เพิ่มอีก 100 บาท จากเดือนละ 300 บาท/คน เป็น 400 บาท/คน
3. มาตรการช่วยกลุ่มขนส่ง ที่เป็นรถบรรทุก รถโดยสาร มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
4. ช่วยเหลือภาคเกษตรกร จะมีโครงการธงเขียว สนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่ไปกับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร และสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอิทรีย์ หรือปุ๋ยทางเลือก เพื่อลดการนำเข้า
5. ช่วยเหลือชาวประมง ด้วยการให้ปรับมาใช้น้ำมัน B20 ซึ่งจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาท
6. ช่วยเหลือกลุ่มที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม หรือกลุ่มก่อสร้าง ที่อาจสะดุดในเรื่องไม่มีน้ำมันรันเครื่องจักร อาจทำให้ส่งมอบงานล่าช้า ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องลงไปดูว่าจะขยายเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสม
7. เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย SME โดยธนาคารออมสิน เตรียม Soft loan ไว้ที่วงเงิน 10,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า โครงการทั้งหมดเหล่านี้จะมีการเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีการขอใช้งบประมาณจากงบกลางด้วย
ส่วนแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้รัฐบาลได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่า สามารถดำเนินการได้อย่างไร
แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทำได้ แต่เมื่อ ครม. มีมติแล้วว่าต้องไปขอ กกต. ถ้า กกต. อนุญาตก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งให้กรมการค้าภายใน ประสานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ดูแลสินค้าที่ควบคุม 59 รายการ หลังจากนี้จะเพิ่มสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ