ประชุม ครม.นัดพิเศษ รับมือราคาน้ำมัน คลอด 7 มาตรการช่วยชาวบ้าน

View icon 29
วันที่ 27 มี.ค. 2569 | 06.41 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) "นายกฯ อนุทิน" เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อหารือวิกฤตราคาน้ำมัน หลังจากราคาพุ่งพรวดจนทำให้คนไทยเดือดร้อนอย่างหนัก

ซึ่งความเคลื่อนไหวของ "นายกฯ อนุทิน" ต้องบอกว่าน่าสนใจ เพราะเข้าทำเนียบฯ ขับรถไฟฟ้าเข้ามาตามปกติ และพอขาออกหลังการประชุม ก็ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าว โบกมือทักทาย บอกว่า "พอแล้ว" ด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ และขับรถออกไปทันที

ซึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ มีการแถลงข่าวในหลายประเด็น ทั้งเรื่องดูแลสินค้า มาตรการช่วยเหลือชาวบ้าน และคำชี้แจงการขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก

แต่มากันที่ประเด็นแรกก่อน คือการชี้แจงจากรัฐบาลว่าเหตุใดจึงต้องปรับเพิ่มราคาน้ำมันแบบกระชากพุ่งพรวดแบบนี้ ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบหนัก จึงต้องปรับราคา เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ในการประชุม ศบก. กระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่าการปรับราคาน้ำมันตอนกลางคืน อ้างอิงตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์ ปิดราคาประมาณ 19.00 น. และต้องทำโครงสร้างราคาน้ำมัน ต้องตีเป็นค่าเงินบาท กว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 20.00 น. จึงมีการประชุมช่วง 21.00 น. ยืนยันว่าการขึ้นราคาน้ำมันตอนดึกไม่ได้ช่วยเหลือใคร และไม่มีใครรู้ราคาน้ำมันมาก่อน

ส่วนราคาน้ำมันจะไปถึง 70 บาทต่อลิตรในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก

ย้อนกลับมาที่ผลการประชุม ครม.นัดพิเศษ ได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนหลังเกิดสถานการณ์ดังกล่าว 7 ข้อ ประกอบด้วย

1. ให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะลดอย่างไร ระยะเวลาเท่าไร ตามความเหมาะสม

2. ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เติมเงิน ใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค เพิ่มอีก 100 บาท จากเดือนละ 300 บาท/คน เป็น 400 บาท/คน

3. มาตรการช่วยกลุ่มขนส่ง ที่เป็นรถบรรทุก รถโดยสาร มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

4. ช่วยเหลือภาคเกษตรกร จะมีโครงการธงเขียว สนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่ไปกับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร และสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอิทรีย์ หรือปุ๋ยทางเลือก เพื่อลดการนำเข้า

5. ช่วยเหลือชาวประมง ด้วยการให้ปรับมาใช้น้ำมัน B20 ซึ่งจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาท

6. ช่วยเหลือกลุ่มที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม หรือกลุ่มก่อสร้าง ที่อาจสะดุดในเรื่องไม่มีน้ำมันรันเครื่องจักร อาจทำให้ส่งมอบงานล่าช้า ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องลงไปดูว่าจะขยายเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสม

7. เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย SME โดยธนาคารออมสิน เตรียม Soft loan ไว้ที่วงเงิน 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า โครงการทั้งหมดเหล่านี้จะมีการเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีการขอใช้งบประมาณจากงบกลางด้วย

ส่วนแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้รัฐบาลได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่า สามารถดำเนินการได้อย่างไร

แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทำได้ แต่เมื่อ ครม. มีมติแล้วว่าต้องไปขอ กกต. ถ้า กกต. อนุญาตก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งให้กรมการค้าภายใน ประสานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ดูแลสินค้าที่ควบคุม 59 รายการ หลังจากนี้จะเพิ่มสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง