ตรึงไม่ไหว ก๋วยเตี๋ยวซาเล้งเคลื่อนที่ ปรับราคาขึ้น 5 บาท หลังราคาน้ำมัน น้ำมันพืช ถุงพลาสติก ก๊าซหุงต้ม สินค้าต่างๆ ปรับขึ้นตามเกือบทุกชนิด ส่งผลทำให้ราคาเคยขาย 35บาท ปรับเป็น 40 บาท เกรงใจลูกค้าแต่ลูกค้าเข้าใจ
สถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวซาเล้ง (เคลื่อนที่) จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาประมาณ 5 บาทต่อชาม ซึ่งแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงต่อร้านก๋วยเตี๋ยวที่ต้องเคลื่อนที่ มีค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้กำไรลดลง วัตถุดิบแพงสินค้าในตลาดสดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก น้ำมันพืช และเครื่องปรุงต่างๆ ถุงพลาสติกบรรจุอาหาร ยางรัดของ ปรับตัวสูงขึ้นตามค่าขนส่ง แนวโน้มก๊าซหุงต้มอาจปรับราคาขึ้น หลังสิ้นสุดมาตรการช่วยอุดหนุน ทำให้ร้านอาหารตามสั่งหรือก๋วยเตี๋ยวซาเล้งจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น
นายพรหมา ขุนวารินทร์ พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวซาเล้งน้ำแดงและซุปเปอร์ตีนไก่ เปิดใจว่า ตนยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเคลื่อนที่มานานกว่า 7-8 ปี เริ่มต้นขายตั้งแต่ราคามิตรภาพชามละ 25 บาท จนขยับมาเป็น 35 บาท แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ตนจำเป็นต้องตัดสินใจปรับราคาขึ้นเป็น 40 บาท สาเหตุหลักคือน้ำมันเป็นเหตุ ข้าวของทุกอย่างขึ้นอย่างละนิดอย่างละหน่อยจนเราตรึงราคาเดิมไม่ไหวจริงๆ จึงต้องขอปรับขึ้น 5 บาท ซึ่งเราก็ได้แจ้งลูกค้าล่วงหน้า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็น่ารักและเข้าใจในสถานการณ์นี้ดี
แม้จะมีการปรับราคาขึ้น แต่นายพรหมาเน้นย้ำว่า “ปริมาณและคุณภาพยังจัดเต็มเหมือนเดิม” ไม่มีการลดปริมาณเพื่อเอาเปรียบลูกค้า ซึ่งลูกค้าต่างยอมรับได้เนื่องจากเป็นการแลกกับความสะดวกสบายที่พ่อค้าขับไปบริการให้ถึงหน้าบ้าน ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าน้ำมันขับรถออกไปหาซื้อของกินข้างนอกเอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ นายพรหมากล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ในอนาคตสถานการณ์ราคาสินค้าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ตนคงจะยืนราคานี้ต่อไป เนื่องจากต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นไปมากแล้ว แต่จะรักษามาตรฐานความอร่อยและการบริการเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเสมอมา