ครั้งแรกในรอบ 165 ปี! สหรัฐฯ พิมพ์ลายเซ็น "ทรัมป์" บนธนบัตร

ครั้งแรกในรอบ 165 ปี! สหรัฐฯ พิมพ์ลายเซ็น "ทรัมป์" บนธนบัตร

View icon 31
วันที่ 27 มี.ค. 2569 | 17.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ครั้งแรกในรอบ 165 ปี! สหรัฐฯ เตรียมถอดลายเซ็นเหรัญญิกออกครั้งแรกนับจากปี 1861 แทนที่ ด้วย ลายเซ็น "โดนัลด์ ทรัมป์" บนธนบัตร

(26 มี.ค.69) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศ ว่าธนบัตรของสหรัฐฯ จะเริ่มมีลายเซ็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ลงนามในเงินตราของอเมริกา

ธนบัตรที่ได้รับการออกแบบใหม่ จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี แห่งการประเอกราชของสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือ จะไม่มีลายเซ็นของเหรัญญิกสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 165 ปี ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861

ธนบัตร 100 ดอลลาร์ จะเป็นรุ่นแรกที่มีการพิมพ์ลายเซ็นของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะถูกพิมพ์ในเดือนมิถุนายน ตามด้วยธนบัตรอื่น ๆ ในเดือนต่อไป และจะเริ่มหมุนเวียนเข้าสู่ระบบธนาคาร

กระทรวงการคลังยังคงผลิตธนบัตรที่มีลายเซ็นของ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน และ ลินน์ มาเลอร์บา อดีตเหรัญญิกสหรัฐฯ

โดย ลินน์ มาเลอร์บา จะเป็นเหรัญญิกคนสุดท้ายที่ลายเซ็นปรากฏบนธนบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1861 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลเริ่มออกธนบัตรครั้งแรก

การเปลี่ยนแปลงลายเซ็นนี้เป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ในการที่จะนำชื่อ ภาพ ไปปรากฎในสิ่งของ สถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ อาคาร สถานบัน เรือรบ โครงการของรัฐ และเหรียญกษาปณ์ ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ  ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ถึงแม้จะมีความพยายามในการผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ที่มีรูปโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก กฎหมายสหรัฐฯ สั่งห้ามการใช้ภาพบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่บนเหรียญกษาปณ์ของสหรัฐฯ

สำหรับกฎหมายที่ควบคุมการพิมพ์ธนบัตรของธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้อำนาจกระทรวงการคลังอย่างกว้างขวางในการเปลี่ยนแปลงแบบเพื่อป้องกันการปลอมแปลง เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังกล่าวว่า รูปแบบโดยรวมของธนบัตรจะไม่เปลี่ยนแปลง ยกเว้นลายเซ็นของทรัมป์ที่จะมาแทนที่ลายเซ็นของรัฐมนตรีคลัง กฎหมายกำหนดให้คงองค์ประกอบบางอย่างไว้ รวมถึงคำว่า "In God We Trust" และภาพ บุคคลสำคัญผู้ล่วงลับจะยังคงอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง