สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ดีเอสไอ ยืนยัน ที่ผ่านมามีการประสานติดตามจับกุม "พระธัมมชโย" ทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่เมื่อคดีขาดอายุความ จึงต้องยุติการสอบสวน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกเอกสารข่าวชี้แจงการยุติการสอบสวนคดี พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กรณีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มีสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท
ในถ้อยแถลง ระบุว่า จากการสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงินพบว่า พระธัมมชโย และบุคคลที่เกี่ยวข้องรับเงินโอนจากสหกรณ์ฯ รวม 1,458 ล้านบาท ดีเอสไอ จึงสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 5 คน รวม พระธัมมชโย แต่ พระธัมมชโย ไม่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และมีพฤติการณ์หลบหนี จึงขออำนาจศาลออกหมายจับทั้งในประเทศและนอกประเทศ
ส่วน นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์คลองจั่น พร้อมผู้ต้องหาที่เหลือ 4 คน ที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงิน ปัจจุบัน ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง และในส่วนมาตรการทางแพ่ง วัดพระธรรมกาย คืนเงินจำนวน 1,458 ล้านบาท ให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแล้ว
คดีนี้เหตุเกิดระหว่างปี 2552-2554 ซึ่งอายุความฟ้องในคดีฟอกเงินมีอายุ 15 ปี โดยอัยการเห็นว่าสิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป เนื่องจากคดีขาดอายุความ จึงแจ้งยุติการดำเนินคดีมายัง ดีเอสไอ
กรณีที่เกิดขึ้น ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ บอกว่า สิทธิ์การดำเนินคดีอาญาระงับเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) คือทางคดีอาญาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
แต่การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ ถ้ามีพยานหลักฐานว่า พระธัมมชโย มีทรัพย์ที่ได้ไปโดยมิชอบตามกฎหมายอยู่ในความครอบครอง ยังสามารถติดตามเอาทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่ง เพราะการติดตามออมทรัพย์ไม่มีอายุความ