อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” ชวนนำใบไม้แห้งมาแลกไข่ ลดการเผาและปัญหาฝุ่นพิษ พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่
จากสถานการณ์หมอกควันไฟป่า PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระทบกับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่และด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนก็ได้มีการเร่งแก้ไขปัญหาในหลายด้านและหลายกิจกรรม หนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยลดการเผา ที่ถือว่าประสบความสำเร็จได้รับความร่วมมือและเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากคือ “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” ที่จัดขึ้นในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
โดยในกิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อลดการเผาโดยเฉพาะเศษใบไม้แห้งที่มีจำนวนมากในพื้นที่ของบ้านเรือนประชาชน ซึ่งปกติเมื่อก่อนนี้จะนำไปเผาเนื่องจากง่ายในการกำจัดแต่ส่งผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นมลพิษทางอากาศ จึงมีแนวคิดที่ให้นำใบไม้แห้งมาแลกกับไข่ไก่เพื่อนำไปประกอบอาหารก็จะเป็นการลดค่าครองชีพในยุคที่เศรษฐกิจไม่มีความแน่นอนได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ใบไม้เหล่านี้ก็จะนำไปทำปุ๋ยและแจกจ่ายให้กับประชาชนที่สนใจและผู้ที่มาติดต่อราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพงต่อไป
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนชาวสันกำแพงต่างขับรถทั้งรถจักรยานยนต์พ่วงข้างหรือรถกระบะ นำใบไม้แห้งใส่ถุงดำ กระสอบ หรือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ มาต่อคิวเพื่อที่จะนำไปแลกไข่ ซึ่งน้ำหนัก 2กิโลกรัมแลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง สูงสุดไม่เกิน 20 กิโลกรัมหรือ 10 ฟอง ต่อหนึ่งคน ซึ่งในแต่ละครัวเรือนก็มีหลายคนบางครอบครัวก็ได้ไข่ไก่กลับบ้านไปถึง 40 ฟอง
หนึ่งในชาวสันกำแพงบอกว่า ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาการเผาภายในชุมชนได้เป็นอย่างดี แถมยังได้ไข่ไก่ไปประกอบอาหาร ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นอย่างดีในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ทุกครัวเรือนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ก็อยากให้กิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องในปีต่อไปเรื่อย ๆ
สำหรับกิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือของภาครัฐจังหวัดเชียงใหม่กับบริษัทเอกชน เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนชาวอำเภอสันกำแพงงดการเผาเศษใบไม้แห้งที่แต่ละบ้านมีอยู่เพื่อช่วยลดปัญหาจุดความร้อนและหมอกควัน โดยตลาดนัดใบไม้แลกไข่อำเภอสันกำแพง เปิดให้ประชาชนได้นำใบไม้แห้งมาแลกไข่ทุกวันพุธ ตั้งแต่เวลา 09.30-11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง โดยจะมีไปทุกสัปดาห์จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย รวม 12 สัปดาห์ ทั้งนี้หลังจากนี้ก็จะมีการนำเอาโครงการนี้เป็นพื้นที่นำร่องและจะมีการพูดคุยวางแผนในการขยายผลไปในอำเภออื่นๆ ต่อไป