แพทย์เตือนช่วงหน้าร้อนให้ระวังโรคลมแดดและจมน้ำ กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือผู้สูงอายุและเด็ก ขณะที่ผละกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นไม่กระทบต่อการจ่ายยาคนไข้ เพราะมีการบริหารจัดการก่อนหน้านี้ ยืนยันมียานอกเพียงพอ
จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอุณหภูมิบางพื้นที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้มีบางโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงอากาศร้อนจัด โดยนายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า โรคลมแดด หรือฮีตสโตรก ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอากาศร้อนจัด อุณหภูมิกายมากกว่า 40 องศาเซลเซียสส่งผลให้สมองและอวัยวะสำคัญล้มเหลว อาการเด่นชัดคือ หน้ามืด ชัก หมดสติ ผิวหนังแห้งแดง ไม่มีเหงื่อ ต้องรีบปฐมพยาบาลโดยลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุดและนำส่งโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
ส่วนอีกโรคที่ต้องพึงระวังคือเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ซึ่งการจมน้ำถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง ในเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 904 คน ต่อปี หรือวันละ 2.5 คน และในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม เป็นเดือนที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด เพราะตรงกับช่วงปิดเทอมและอยู่ในฤดูร้อน
ขณะที่นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ยังเปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ในด้านการสาธารณสุขนั้นขอย้ำว่าในส่วนของโรงพยาบาลขอนแก่นว่ายังไม่กระทบมากนั้น แต่ทั้งนี้ยังมีข้อกังวลจากหลายฝ่ายว่าอุตสาหกรรมยาในไทยเป็นอย่างไร ยาจะขาดแคลนและแพงขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะยานำเข้า ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากนายสุรชัย ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยา ได้ออกมาให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไทยมีสต็อกยาที่เป็นสินค้าสำเร็จรูปเพียงพอสำหรับ 60 วัน และมีวัตถุดิบ เพื่อใช้ผลิตเป็นสต็อกยาอีกราว 60 วัน ทำให้ไทยยังมีสต็อกยาราว 120 วัน หรือ 4 เดือน ขณะที่โรงพยาบาลขอนแก่น ได้มีการบริหารจัดการยาในสต๊อกโดยการจ่ายยาให้กับคนไข้ 2 เดือน อยู่แล้ว จึงขอให้เชื่อมั่นว่าวิกฤติความขัดแย้งตะวันออกกลางไม่กระทบกับยานอกที่ต้องจ่ายให้คนไข้ที่มีเพียงพอจากการบริหารจัดการมาก่อนหน้านี้