ข่าวภาคค่ำ - นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการปรับขึ้นราคาน้ำมัน เป็นไปตามกลไกตลาดโลก พร้อมกล่าวขอโทษประชาชน ต่อความความปั่นป่วนในการบริหารราคาน้ำมัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวขอโทษประชาชนในความปั่นปั่วนต่อการบริหารราคาน้ำมันในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม
ในระหว่างกล่าวเปิดงาน Meet the Press หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ที่ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ ระบุว่า ช่วง 15 วันแรก ตัดสินใจพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน และให้ได้ปรับตัว
ส่วนการหยุดตรึงราคา เพื่อลดการกักตุน แต่ยังใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ แต่อุดหนุนในอัตราที่น้อยลง
นายกฯ บอกว่า ณ วันนี้ คนไทยใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 82 ล้านลิตร ทั้งที่ในสภาวะปกติ ก่อนมีสงคราม ใช้น้ำมันเพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน หากปรับตัวกลับสู่จุดเดิม ก็จะใช้ชีวิตได้อย่างปกติไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ทั้งปี
และหลังจากนี้ไป น้ำมันทุกหยดที่กลั่นในไทยจะเก็บเอาไว้ให้คนไทยใช้ พร้อมขอให้ทุกคน ช่วยประหยัดพลังงาน
เช่น ลดการใช้น้ำมัน เพียงครอบครัวละ 1 ลิตร จะทำให้ลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตร
นายกฯ ยอมรับว่า สบายใจขึ้น เพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และมั่นใจว่า ปริมาณน้ำมันในประเทศยังมีเพียงพอ
ส่วนจะมีการขึ้นราคาน้ำมันครั้งละ 6 บาทต่อลิตรอีกหรือไม่นั้น ต้องอ้างอิงจากราคาตลาดโลก ยืนยันว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมัน ไม่ได้เอื้อให้ผู้ประกอบการได้กำไรมากขึ้น
ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังมีสำรองน้ำมันรวมกัน 107 วัน และจะมีการนำน้ำมันดิบเข้ามาเพิ่มอีกเรื่อย ๆ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม ขอให้ความมั่นใจว่า มีน้ำมันเพียงพออย่างแน่นอน
และขณะนี้สถานการณ์ของปั๊มน้ำมันดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ ปั๊มน้ำมันต้องปิดลง 2,082 ปั๊มในช่วงวิกฤต แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 300 กว่าปั๊มที่ยังขาดน้ำมัน
ส่วนสาเหตุที่น้ำมันดิบสต็อกเก่า แต่คิดอัตราราคาใหม่ว่า เป็นระบบที่ต้องขึ้นลงตามราคาตลาด ไม่ได้คิดตามราคาน้ำมันสต็อก ณ ขณะนำเข้า เช่นเดียวกับราคาทองคำ ที่คำนวณราคาตลาดโลกแบบรายวัน ซึ่งเป็นการคำนวณแบบสากลที่หลายประเทศทำกัน