“ชูวิทย์” ลั่น! "น้ำมันแพง" นายกฯ ต้องเลือกระหว่าง “นายทุนกับประชาชน” อย่าให้ชาวบ้านต้องพูด “คิดผิดที่เลือกมา”

“ชูวิทย์” ลั่น! "น้ำมันแพง" นายกฯ ต้องเลือกระหว่าง “นายทุนกับประชาชน” อย่าให้ชาวบ้านต้องพูด “คิดผิดที่เลือกมา”

View icon 150
วันที่ 30 มี.ค. 2569 | 08.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ชูวิทย์” แนะรัฐบาลเปิดตัวเลขต้นทุนน้ำมันที่แท้จริงก่อนสงคราม เอาให้ชัดตั้งราคาขายเป็นธรรมหรือไม่ หรือใครโกยกำไรมหาศาล หลังราคาพุ่งพรวดทีเดียว 6 บาทต่อลิตร
.
เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.69) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องรัฐบาลเปิดข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงของราคาน้ำมันก่อนและหลังสงคราม เพื่อให้ประชาชนคลายความสงสัย ว่า ราคาน้ำมันที่ตั้งขึ้นเป็นธรรมหรือไม่ หรือมีไอ้โม่งโกยกำไรมหาศาลในภาวะสงครามหรือไม่ อย่าทำให้ประชาชนซึ่งเลือกพรรคภูมิใจไทย มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องบอกว่า “คิดผิดที่เลือกมา” ใจความสำคัญตอนหนึ่ง มีดังนี้
·
“เรื่องสำคัญของบ้านเมืองขณะนี้ คือ “น้ำมัน“ จริงอยู่ว่าสภาวะสงคราม อิหร่าน-สหรัฐ อิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก นายกฯ หนู ออกมาขอโทษว่าคาดผลของสงครามผิดว่าจะจบเร็ว จึงตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน แต่เมื่อสงครามไม่ได้จบอย่างที่คาด ทำให้ต้องปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวขึ้นถึง 6 บาท ในครั้งเดียว
.
และเมื่อราคาขึ้น ทุกปั๊มกลับมีน้ำมันให้เติมสบายๆ ทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าชาวบ้านต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ท้ายสุดเจอป้าย “น้ำมันหมด“ อย่างนี้มันน่าสงสัยในหัวอกของประชาชนว่ามีการกักตุนน้ำมัน และสวาปามผลต่างบนความเดือดร้อนของประชาชน
.
ราคาน้ำมันขึ้นเพราะสงคราม ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ แต่สิ่งที่น่าสงสัย ในเมื่อเรามีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง รับน้ำมันดิบจากต่างประเทศล่วงหน้ามาแล้วถึง 3 เดือนในขณะที่ยังไม่มีสงคราม เท่ากับปัจจุบันยังมีน้ำมันดิบเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศด้วย “ต้นทุนเดิม”
.
แต่ทำไมเราถึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ในปัจจุบันที่มีสงครามแล้ว มาเป็นฐานในการปรับขึ้นราคาตอนนี้ ? รัฐบาลควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ “ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริง” มากกว่า “ต้นทุนทิพย์“ พ่อค้าทุกคนย่อมสามารถแจงต้นทุนสินค้าที่ตัวเองขายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายลูกชิ้น หรือขายน้ำมัน แต่น้ำมันกลับเป็นเรื่องยุ่งยาก และเกรงที่จะชี้แจง “ต้นทุนที่แท้จริง“ ให้ประชาชนทราบ
.
หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงต้นทุนน้ำมันที่ขายให้ประชาชนได้ ก็ย่อมเป็น “การค้าที่ผิดปกติธุระ“ คือขายโดยมี ”นายทุนใหญ่” ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แอบทำกำไรมากเกินกว่าที่ควรได้บนความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย คิดฐานราคาน้ำมันของวันที่มีสงครามตอนนี้ ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันที่ได้มาเป็นราคาก่อนช่วงสงคราม มันจึงเป็นการ “ตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม“ อย่างยิ่งกับประชาชน เหมือนซื้อหุ้นตอนถูก แล้วรอจังหวะขายตอนราคาขึ้น
.
แต่นี่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่จะมาเก็งกำไรใส่กระเป๋าเอาตอนนี้ ผลต่างของต้นทุนช่วงที่ไม่มีสงคราม กับตอนมีสงครามกลายเป็น “กำไรมหาศาล“ ที่เข้ากระเป๋าใคร ? รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการชี้แจงให้ชัดเจน หากจะบีบไข่ให้ “ไอ้โม่งนายทุน” คายกำไรคืนให้ประชาชนได้ นายกฯ หนู ก็ต้องทำ ในสถานการณ์เช่นนี้ผมว่าประชาชนจะเข้าใจได้ง่าย หากยอมพูดออกมาตรง ๆ นายกฯ จะได้รับการยกย่องแทนการถูกตำหนิ
.
แต่การให้คุณพิพัฒน์เป็นหนังหน้าไฟมาฟังคำแนะนำจากประชาชนคงไม่น่าเป็นสิ่งที่ควร เพราะนอกจากคุณพิพัฒน์เป็นผู้มีความรู้เรื่องน้ำมันดี มีประสบการณ์มากมายเพราะค้าขายน้ำมันจนร่ำรวย ยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาทำหน้าที่อีกด้วย
.
แม้การเลือกระหว่าง “นายทุน“ กับ ”ประชาชน” จะยากลำบากสำหรับนักการเมือง แต่เมื่อถึงเวลาบ้านเมืองวิกฤตนักการเมืองทุกคนต้องเลือกประชาชนมากกว่านายทุน เพราะประชาชนจำนวนมากเลือกพรรค เลือก สส. ของภูมิใจไทยมากสุดจนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่าให้ประชาชนบอกว่า “คิดผิดที่เลือกมา” ประชาชนอย่างพวกผมต้องพึ่งรัฐบาลในขณะนี้ หากท่านทำพัง ประชาชนก็พังไปด้วย มันถือเป็น “สงครามของคนไทย“ ที่ต้องเอาตัวรอดไปวัน ๆ”
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง