หนุ่มถูกชายอ้างตัวเป็นตำรวจถือปืนไล่กลางดึก พ่อถูกกระชากคอ แม่ถูกไล่ขู่จนต้องหนีเข้าร้านสะดวกซื้อ

หนุ่มถูกชายอ้างตัวเป็นตำรวจถือปืนไล่กลางดึก พ่อถูกกระชากคอ แม่ถูกไล่ขู่จนต้องหนีเข้าร้านสะดวกซื้อ

View icon 98
วันที่ 30 มี.ค. 2569 | 16.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หนุ่มอายุ 24 ปี ร้องสื่อ ถูกชายอ้างตัวเป็นตำรวจถือปืนไล่กลางดึก ซ้ำพ่อถูกกระชากคอ แม่ถูกไล่ขู่อ้างตามหาเด็กตีกัน แจ้งความ ตร.ไม่รับแจ้ง อ้างยังไม่ได้ยิง

วันนี้ ( 30 มี.ค. 69)  นายอรรถพล อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย ได้นำคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ภายหลังเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู แต่กลับไม่ได้รับการรับแจ้งความ โดยภายในคลิปปรากฏภาพชายสวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้น ถืออาวุธปืน พร้อมอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาระงับเหตุและมีการโต้เถียงอย่างดุเดือดกับฝั่งผู้เสียหาย

นายอรรถพล เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากบ้านแม่ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพัก ระหว่างทางมีวัยรุ่นตะโกนเตือนว่า ให้ระวัง มีคนเมาถือปืน แต่ตนไม่ได้เอะใจ จึงขี่รถต่อไปตามปกติ

กระทั่งมาถึงบริเวณจุดกลับรถ (ยูเทิร์น) ใกล้ปั๊มน้ำมัน ปรากฏว่ามีชายซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ ซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าว ก่อนจะวิ่งออกมา พร้อมถืออาวุธปืนไล่ติดตามตนทันที ทำให้ตนต้องเร่งเครื่องหลบหนี พร้อมโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากพ่อและแม่

ต่อมาเมื่อพ่อและแม่ของตนเดินทางออกมาช่วย กลับถูกชายคนดังกล่าวกระชากคอเสื้อพ่อและใช้อาวุธปืนไล่ติดตามแม่ตน จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปหลบภายในร้านสะดวกซื้อ โดยชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจมีลักษณะคล้ายผู้มึนเมา และกล่าวอ้างว่ามาตามหา เด็กที่ตีกันที่สำโรง เมื่อวันก่อน รวมถึงอ้างว่า มาไล่รถซิ่ง ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว และเพียงขี่รถกลับบ้านพร้อมแฟนสาวเท่านั้น

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู แต่ได้รับคำชี้แจงว่าไม่สามารถรับแจ้งความได้ เนื่องจากชายคนดังกล่าวยังไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิง จึงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ อีกทั้งยังมีการแจ้งเตือนว่า หากอีกฝ่ายฟ้องกลับ ผู้เสียหายต้องรับความเสี่ยงเอง

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่เข้าใจว่าตนทำอะไรผิด ทั้งที่ฝ่ายตนถูกกระทำ ทั้งการถูกคุกคามด้วยอาวุธปืน การกระชากคอเสื้อพ่อและไล่แม่ ตนจนต้องหลบหนี จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง