รัฐบาลสั่งแต่ละจังหวัดแก้ปัญหา PM2.5

View icon 32
วันที่ 31 มี.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ในภาคเหนือ เรียกได้ว่าอยู่ในวิกฤติขั้นสุด โดยล่าสุด "นายกฯ อนุทิน" สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งให้เร่งแก้ไขปัญหาแล้ว ขณะที่ พรรคฝ่ายค้าน แถลงจี้รัฐบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 9 จังหวัด เร่งประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ PM2.5

รัฐบาลสั่งแต่ละจังหวัดแก้ปัญหา PM2.5
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเร่งตรวจหาและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น อากาศยานและโดรน มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเร่งรณรงค์เชิงรุกในชุมชน เพื่อลดพฤติกรรมการเผา และแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างต่อเนื่อง

และในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษ ได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง Hotline Clear Sky เพื่อเร่งลดจุดความร้อน และบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน

จี้รัฐบาลประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน ทนไม่ไหว เมื่อวานเพจ Facebook ของพรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคฯ และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ ห่วงสถานการณ์ดังกล่าว จึงเรียกร้องให้รัฐบาล และ 9 ผู้ว่าฯ ภาคเหนือ ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ PM2.5 หลังจากค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรร เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง 5 วัน สามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้

นายณัฐพงษ์ ระบุ ขอย้ำเตือนว่านี่คือความเดือดร้อน คือภัยที่กระทบต่อชีวิตประชาชน การประกาศเขตภัยพิบัติ สามารถยกระดับประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ ดึงเอาทรัพยากรส่วนต่าง ๆ มาช่วยบรรเทาสถานการณ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ สุขภาพและชีวิตของประชาชน ไม่มีเหตุผลในการไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ

ด้าน นายภัทรพงษ์ ระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด ต้องประกาศเขตภัยพิบัติโดยด่วน และเมื่อประกาศแล้วต้องแจ้ง ปภ. เพื่อยกระดับภัยจากระดับ 2 ที่จังหวัดจัดการกันเอง เป็นภัยระดับ 3 ที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบัญชาการ และสั่งการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการทันที

และต้องทำทันที ทั้งจัดสรรงบฯ หรือบุคลากรจัดการไฟป่า, มอบหน้ากากอนามัย N95, มุ้งลดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง, ศูนย์อพยพที่เป็นห้องปลอดฝุ่นที่ครอบคลุมและใช้งานได้จริง 24 ชั่วโมง และถ้าไม่ประกาศ การจัดการที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก จะไม่สามารถเดินหน้าได้

โดยการหลีกเลี่ยงไม่ประกาศ ทั้งที่อยู่ในเกณฑ์ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 157 จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด เห็นแก่ประชาชนมากกว่าตำแหน่งของตัวเอง

จ่อชงญัตติด่วนแก้วิกฤตฝุ่นพิษ เข้าสภาฯ
ล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ระบุว่า ในวันพุธที่ 1 เมษายน เตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในการประชุมสภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากการหารือกับวิปรัฐบาล และตัวแทนพรรคต่าง ๆ แล้ว ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด โดยคาดหวังว่า นายกฯ อนุทิน จะเข้ามาชี้แจง และตอบสนองต่อข้อเสนอแนะ รวมถึงนำเสนอความชัดเจนของมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแก่ประชาชน

พรรคเพื่อไทย ร่อนแถลงการณ์ 4 ข้อ แก้วิกฤต
ปิดท้ายที่พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ห่วงใยสถานการณ์ไฟป่า และฝุ่นพิษภาคเหนือ โดยเสนอให้รัฐบาลยกระดับการบริหารจัดการเชิงรุก ระดมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร ลงพื้นที่ทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยง เพื่อสกัดกั้นและลดการขยายตัวของจุด Hot Spot

นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาล ระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ดับไฟป่า และอากาศยานสนับสนุนการดับเพลิงจากทั่วประเทศ เข้าสู่พื้นที่วิกฤตโดยเร็วที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบ ทั้งในด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจ และขอให้จัดสวัสดิการ ค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และอาสาสมัครอย่างเหมาะสม และทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ เร่งนำส่งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น ให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ขอให้รัฐบาลบรรจุแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ทั้งในประเทศและข้ามชายแดน ลงในคำแถลงนโยบาย เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง