ตำรวจยึด จยย.ท่อดัง หลังชาวบ้านร้องเรียนชอบเบิลรถในหมู่บ้าน เจ้าของรถ ฉุนจัด ด่าตำรวจ “ปัญญาอ่อน” ลั่น มีเงินไม่กลัวคดี ผกก.เตรียมเรียกแจ้ง 6 ข้อหา
วันนี้ ( 30 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จาก กรณีเฟซบุ๊กเพจ “ที่นี่ไทรน้อย” ได้โพสต์คลิปภาพจากกล้องติดอกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเข้าตรวจสอบเหตุร้องเรียนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ ตำบลราษฎร์นิยม อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากเสียงท่อรถจักรยานยนต์ที่มีเสียงดัง โดยในคลิปปรากฏภาพขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่หน้าบ้าน แต่เกิดการโต้เถียงกับเจ้าของรถ ซึ่งแสดงท่าทีไม่พอใจและมีการต่อว่าเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพขึ้นรถกระบะนำไปยังสถานีตำรวจ
โดยเพจดังกล่าวได้ระบุข้อความประกอบคลิปว่า “เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจประชาชน คนอื่นได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบรถมอเตอร์ไซค์ท่อเสียงดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบแล้วเกิดการปะทะคารมกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อธิบายพร้อมข้อกฎหมายให้ทราบ แต่ประชาชนดังกล่าวไม่พอใจ จึงใช้คำที่ไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการแสดงกิริยาและคำพูดดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่”
ล่าสุดวานนี้ (30 มี.ค. 2569) เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่ีอสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้พบกับ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก. สภ.ไทรน้อย และ จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผบ.หมู่จราจร สภ.ไทรน้อย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในคลิป
จ.ส.ต.บรรณภพ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุขณะตนปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรจราจร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุของ สภ.ไทรน้อย ว่ามีประชาชนร้องเรียนว่ามีรถจักรยานยนต์ภายในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมขับขี่เบิ้ลเครื่องและใช้ท่อเสียงดังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ตนจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าบ้านพักภายในหมู่บ้าน
จากนั้นตนได้สอบถามกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่หน้าบ้านว่าใครเป็นเจ้าของรถ เนื่องจากรถคันดังกล่าวไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน อีกทั้งยังมีการดัดแปลงท่อไอเสีย ซึ่งหากมีการสตาร์ทเครื่อง หรือขับขี่จะทำให้เกิดเสียงดังมาก ตนจึงขอดูเอกสารประจำรถ แต่เจ้าของรถไม่สามารถนำเอกสารมายืนยันได้ จึงได้แจ้งขอตรวจยึดรถเพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่ สภ.ไทรน้อย ในช่วงแรกเจ้าของรถให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มยกรถขึ้นรถกระบะเพื่อนำไปที่สถานีตำรวจ เจ้าของรถเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจ และพยายามขัดขวาง โดยอ้างว่าจะให้กำนันมาดูเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนได้ชี้แจงว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากเป็นกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียน ไม่ใช่การสุ่มตรวจจับ
จ.ส.ต.บรรณภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างนั้นคู่กรณีได้พูดในลักษณะท้าทายว่า “เอารถไปเลย กูมีตังค์ กูไม่กลัว” เมื่อตนแจ้งว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย คู่กรณีก็เริ่มด่าทอและกล่าวหาว่าตำรวจ“ปัญญาอ่อน” ทั้งที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย และดำเนินการตามคำร้องเรียนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเสียงรถ
ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า จากพฤติกรรมของคู่กรณีที่ปรากฏในคลิปและคำพูดที่ใช้ต่อเจ้าหน้าที่ ถือว่าเข้าข่ายการดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และยังมีความผิดในหลายข้อหา ได้แก่ 1.ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 2.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ 3.ไม่มีเอกสารประจำรถ 4.ดัดแปลงสภาพรถโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.นำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงมาใช้ในทาง 6.ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ
นอกจากนี้ในส่วนของตัวรถ จยย. พบว่ามีสภาพไม่สมบูรณ์ อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และมีการดัดแปลงสภาพท่อไอเสียจนเกิดเสียงดัง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นการนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงมาใช้ในทางสาธารณะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการออกหมายเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพบพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวต่อว่า ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ และจะไม่มีการช่วยเหลือหรือผ่อนปรนแก่ผู้กระทำผิด โดยเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามปัญหาเยาวชนนำรถจักรยานยนต์มาดัดแปลง แข่งรถ หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
ทั้งนี้ยังฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลานใช้รถจักรยานยนต์ ให้ดูแลและแนะนำให้ใช้รถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ดัดแปลงสภาพรถ ไม่ขับขี่แข่งขันบนถนนสาธารณะ และต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต โดยขอให้เด็กและเยาวชนประพฤติตนอย่างเหมาะสม เคารพกฎหมาย และใช้ถนนร่วมกับสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ