รถสองแถวเมืองขอนแก่นกัดฟันลดเที่ยววิ่งสู้ รายจ่ายพุ่ง น้ำมันแพง ผู้โดยสารน้อย

รถสองแถวเมืองขอนแก่นกัดฟันลดเที่ยววิ่งสู้ รายจ่ายพุ่ง น้ำมันแพง ผู้โดยสารน้อย

View icon 48
วันที่ 31 มี.ค. 2569 | 11.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รายจ่ายพุ่ง รายได้หด รถสองแถวเมืองขอนแก่นกัดฟันสู้ ปรับตัวลดเที่ยววิ่ง น้ำมันแพง ผู้โดยสารน้อย หักค่าน้ำมันเหลือเข้าบ้านไม่ถึงร้อยบาท หยุดวิ่งก็ไม่มีกิน แต่ถ้าไม่ไหวก็คงต้องหยุด ชี้ขึ้นค่าโดยสารเองไม่ได้

วันนี้ (31 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อาชีพคนขับรถสองแถวโดยสาร ใน จ.ขอนแก่น ได้รับผลกระทบราคาน้ำมันแพง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในวันนี้ ดีเซลปรับขึ้นอีก 1.80 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายหน้าปั๊มน้ำมันปรับเป็น 40.74 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นการปรับราคาน้ำมันติดกันเป็นรอบที่ 3 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องอาศัยน้ำมันในการทำมาหากิน อย่างคนขับรถสองแถวโดยสาร ที่ต้องก้มหน้าแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไว้เอง เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาค่าโดยสารได้เอง ต้องรอทางขนส่งจังหวัด เป็นผู้ประกาศขึ้นค่าบริการให้ ตอนนี้บางวันเหลือเงินเข้าบ้านไม่ถึงร้อยบาท ไหนจะค่ากิน ค่าอยู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือดร้อนกันไปหมด บางรายต้องปรับเปลี่ยนลดรอบการวิ่ง จากวันละ 3-4 รอบ เหลือเพียงวันล่ะ1-2 รอบเท่านั้น ระหว่างวิ่งก็ต้องจอดยาวรอลูกค้าให้เต็มรถถึงเคลื่อน เพื่อความคุ้มค่าน้ำมัน

นายดิเรก อายุ 64 ปี หัวหน้าสายของรถสองแถวโดยสาร สาย 2 (สีเหลืองป้ายเขียว) เส้นทาง บ้านโคกน้อย - โคกฟันโปง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ระยะทางจากต้นสายถึงปลายสายประมาณ 13 กิโลเมตร บอกว่า ยึดอาชีพขับรถสองแถวโดยสารมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ปกติก็จะออกจากบ้านแต่เช้าประมาณตี 5 และกลับเข้าบ้านประมาณ  5 โมงเย็น โดยรายได้ก่อนหน้านี้ต่อวัน มีรายได้ถึงวันละ 1,200 บาท หักค่าน้ำมัน 300 บาท ก็เหลือ 8 ถึง 900 บาทเข้าบ้าน พอตอนนี้ค่าน้ำมันแพงขึ้นต้องเติม 500 - 600 บาทต่อวัน แต่รายรับน้อยลง เพราะพอเศรษฐกิจไม่ดี คนก็ไม่ออกบ้าน บางวันรายได้ได้ประมาณแค่  600 กว่าบาท เงินที่เหลือก็ไม่ถึงร้อยบาท เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำยังไม่ได้  ยิ่งถ้ารถเสียอาจต้องจอดยาว เพราะไม่มีเงินซ่อม

นายดิเรก บอกอีกว่า หลังจากราคาน้ำมันแพงขึ้นทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้โดยสารน้อยลง คนจะออกบ้านมาเท่าที่จำเป็นเพื่อประหยัดเงิน ทุกอย่างแพงขึ้นมาหมด ตอนนี้ทำเที่ยวก็ไม่ได้ มีคนขึ้นเพียง 1-2 คนต่อเที่ยว ก็ไม่คุ้มค่าวิ่ง เพราะค่าน้ำมันต่อเที่ยวประมาณ 3-4 ลิตร ในแต่ละวันต้องใช้น้ำมันอย่างน้อย ประมาณ 15 ลิตร เป็นเงินประมาณ 600 บาท ตอนนี้คนขับรถต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่แพงขึ้น แต่รายได้ที่เข้ามาน้อย ไม่คุ้มค่าน้ำมัน ตอนนี้หลังจากหักค่าน้ำมันเหนือ บางวันแค่ 60 บาท ไม่พอกิน เมื่อก่อนยังพอเหลือ 200-300 บาท ก็ยังพอได้ หากค่าน้ำมันขึ้นเพิ่มมากไปกว่านี้ ทางคนขับรถสองแถวโดยสารอาจจะต้องหยุดวิ่ง เพราะขาดทุนมาก ไม่มีเงินที่จะมาเติมน้ำมัน แต่ถ้าหยุดวิ่งก็กระทบครอบครัว เพราะแทนที่จะเหลือเงินเข้าบ้าน 50-60 บาท ก็จะกลายเป็นไม่มีเงินเข้าบ้านเลย ตอนนี้ออกมาวิ่งยังพอเก็บเหรียญบาท เหรียญ 10 บาท เก็บเงินทอนไปซื้อกับข้าวได้อยู่

ด้าน นายสุภีร์ อายุ 53 ปี กล่าวว่า ยึดอาชีพขับรถสองแถวโดยสารมาแล้วร่วม 25 ปี ตอนนี้ของทุกอย่างแพงไปหมด ต้องลดเที่ยวในการวิ่งรถลง จากเดิมวิ่งวันละ 3-4 รอบ เหลือแค่ 1-2 รอบ เพราะผู้โดยสารไม่ค่อยมี ค่าน้ำมันก็แพง จึงต้องประหยัดน้ำมันไว้ด้วย รายได้แทบจะไม่พอค่าใช้จ่าย ตอนนี้อาจยังไม่ถึงกับต้องหยุดวิ่ง เพราะยิ่งถ้าหยุดวิ่งก็จะยิ่งไม่มีรายได้เข้าบ้านเลย ตอนนี้ก็ต้องสู้ไปก่อน อยากฝากถึงผู้เกี่ยวข้องอยากให้น้ำมันลดลงสัก 2-3 บาท ก็ยังดี ถึงจะพออยู่กันได้ ตอนนี้เติมน้ำมัน 400 บาท ได้น้ำมันแค่10 ลิตร ต้องแบกรับภาระเต็ม ๆ ซึ่งตอนนี้บางทีวันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้ออกมาวิ่งเพราะแทบไม่มีผู้โดยสาร ส่วนค่าโดยสาร รถสาย2 มีอัตราค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก ,นักเรียน ,นักศึกษา 7 บาท ตลอดสาย เป็นราคาเก่าที่ปรับมานานแล้ว ซึ่งผู้โดยสารบางคนก็รู้ว่าน้ำมันขึ้น ก็จ่ายเกินค่ารถ เช่น ให้แบงก์ 20 บาท ก็ไม่เอาเงินทอน บอกช่วย ๆ กัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง