ข่าวเย็นประเด็นร้อน - สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือยังอ่วมจริง ๆ อย่างที่ จังหวัดเชียงใหม่ ค่าฝุ่นทะลุ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว
ที่เห็นอยู่เป็นภาพจริง ๆ ไม่ใช่ AI เป็นสภาพที่ชาวเชียงใหม่ต้องอยู่กันจริง ๆ ท่ามกลางหมอกควันไฟป่าขาว ๆ ส้ม ๆ แบบนี้ ซึ่งค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง สูงเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้บรรยากาศฝุ่นควันหนาทึบ ประชาชนต่างพากันสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นควันพิษ
ทำให้ภาคบริการต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า หรือ ร้านอาหารต่าง ๆ เปิดเครื่องฟอกอากาศให้ลูกค้า แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เนื่องจากหมอกควันหนักจริง ๆ
เรียกว่าผลกระทบเกิดกับประชาชนเต็ม ๆ เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ และเด็กอีกหลาย ๆ คน มีเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการสะท้อนปัญหาว่า หมอกควันและฝุ่น PM2.5 กระทบกับทุกคนจริง ๆ บางคนถึงขั้นแขนเต็มไปด้วยผื่นคัน
ไปดูตัวต้นเหตุของปัญหาหมอกควันอย่างไฟป่า พบว่าวันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ มีจุดความร้อนหรือไฟป่า 303 จุด มากสุดที่ อำเภอสะเมิง และ อำเภอแม่แตง
โดย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้เลยจุดสูงสุดไปแล้ว แต่เชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ยังมีอยู่เยอะ คาดว่าสถานการณ์จะลากยาวไปถึงช่วงปลายเดือนเมษายน สาเหตุมาจากการล่าสัตว์และหาของป่า
ล่าสุด จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ ตำบลสะเมิงใต้ ตำบลแม่สาบ ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง นอกจากนี้ ยังประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอีก 6 อำเภอ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
ที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก็หนักเช่นเดียวกัน วันนี้วัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้ 204 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นับเป็นสถิติสูงสุดในรอบปี ทำให้บรรยากาศทั่วไปภายในเมืองแม่สายท้องฟ้ายังคงเป็นสีขาวโพลน มีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น จนแสงอาทิตย์แทบจะไม่สามารถส่องแสงผ่านหมอกควันลงมาได้ ทำให้ประชาชนต้องสวมแมสก์เวลาที่ต้องออกจากบ้าน