วันนี้ (31 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน้าร้อน-แล้ง บวกน้ำมันแพงกระทบทั้งช้างและคนเลี้ยงช้าง เจ้าของต้องงดการเดินทางไปซื้ออาหารเสริมของช้าง เช่นอ้อยค้นน้ำและสับปะรด ที่อยู่ต่างจังหวัดหันมาเกี่ยวหญ้าทั่วไปให้ช้างได้กิน แต่ไม่วายได้รับผลกระทบเพราะช้างอินอาหารไม่อิ่มเหมือนเดิม
นายวิษณุ อายุ 50 ปี ควาญช้าง ในพื้นที่ ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เล่าว่าตนเลี้ยงช้างไว้ 5 เขือก มีพังแก้วตาอายุ 29 ปี พังแสนรัก อายุ 20 ปี ,พังรุ่งฟ้า อายุ 6 ปี ,พังดวงใจ อายุ 3 ปี และพลายดาวพระศุกร์ อายุ 2 ปี
โดยปกติจะเอาช้างไปล่ามไว้แถวริมแม่น้ำมูลหากินอาหารธรรมชาติ แต่จะต้องมีอาหารเสริมเป็นสัปปะรด หรืออ้อยคั้นน้ำบ้าง แต่ทั้งอ้อยคั้นน้ำและสัปปะรด ไม่มีชาวบ้านปลูกในพื้นที่จะต้องเดินทางไปซื้อต่างอำเภอ ส่วนอ้อยที่ปลูกเข้าโรงงานช้างกินไม่ได้เพราะเปลือกแข็ง
นายวิษณุ เล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีปัญหาแต่ตอนนี้มีปัญหาแล้วเพราะราคาน้ำมันแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมาได้ยินว่าขึ้นอีกลิตรละ 1.80 บาท ยิ่งเพิ่มภาระในการวิ่งไปซื้ออาหารมาเลี้ยงช้าง
โดยยอมรับว่าตอนนี้ลดการให้อาหารช้างลงไม่ให้กินเต็มที่ เพราะสู้กับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ตอนนี้มีแนวทางเดียวคือลุ้นให้รัฐบาลมาแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายลง ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม