สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 31
วันที่ 31 มี.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 14.23 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในการนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ทรงเปิด "อาคารอนุสรณ์สถาน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม" พร้อมพระราชทานของที่ระลึก แก่ผู้สนับสนุนการจัดสร้าง จำนวน 50 คน

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ริเริ่มจัดสร้างอนุสรณ์สถาน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ทรงปกป้องผืนแผ่นดินไทย รักษาไว้ซึ่งเอกราช และอธิปไตยของชาติ และทรงนำพาความมั่นคงมาสู่ประเทศ และกิจการทหารไทย ทั้งเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของผู้เสียสละชีวิตในสงครามต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์ แก่ข้าราชการและประชาชน ให้ตระหนักในคุณค่าของความมั่นคง และอธิปไตยของชาติไทย

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในอนุสรณ์สถาน แบ่งเป็น 9 โซน โซนที่ 1 ถึงโซนที่ 8 เป็นเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในการเข้าร่วมสงครามจากสมรภูมิต่าง ๆ ของเหล่าวีรบุรุษผู้กล้า อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่ทรงมีต่อกองทัพไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย, การจัดแสดงยุทโธปกรณ์ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1, ภาพจำลองการลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งเป็นผลจากการที่ไทยเข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตร ชนะในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย ทรงร่วมลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว, นิทรรศการกรณีข้อพิพาทอินโดจีน และสงครามมหาเอเชียบูรพา เหตุการณ์ยกพลขึ้นบก ทหารญี่ปุ่น, รูปปั้นจำลองอนุสาวรีย์ทหารไทยในเกาหลี เพื่อเชิดชูเกียรติทหารไทยที่ไปร่วมรบในสงครามเกาหลี, เหตุการณ์ที่ไทยส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเวียดนาม, นิทรรศการนโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ด้วยพระบรมราโชบาย เปลี่ยนการต่อสู้เป็นแนวทางแห่งสันติภาพ, ความเป็นมาการเกิดข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการได้มา และการเสียดินแดน 14 ครั้ง นับตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งประเทศไทยได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

และโซนสุดท้าย เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบิดาแห่งกองทัพไทย และพระรูปองค์บิดา 3 เหล่าทัพ ประกอบด้วย จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ องค์บิดากองทัพอากาศ, จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช องค์บิดากองทัพบก และพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดากองทัพเรือ

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอนุสรณ์สถานครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และสิริมงคลแก่ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความมั่นคงของชาติ และประโยชน์สุขของประชาชน

เวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินไปในงานเลี้ยงปิดภาคการฝึกของนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครนายก โอกาสนี้ ทรงร่วมกิจกรรมที่ซุ้มเกม นักเรียนนายร้อย เกม CRMA  Horse Escaping (เกมม้า) และ เกม Artillery Game (เกมปืนใหญ่) สำหรับรายได้จากการจำหน่ายบัตรจะนำไปสนับสนุนการจัดกิจกรรมระหว่างภาคการศึกษาของนักเรียนนายร้อย

งานเลี้ยงปิดภาคเรียน จัดขึ้นเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 และเพื่อให้นักเรียนนายร้อยได้พบปะสังสรรค์กันหลังเสร็จสิ้นการศึกษาด้านวิชาการทหารและการฝึกภาค สนาม ณ ศูนย์การทหารและหน่วยต่าง ๆ ตลอดทั้งปี

จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังโรงเลี้ยงนักเรียนนายร้อย ทอดพระเนตรวีดิทัศน์การฝึกภาคสนามของนักเรียนนายร้อย ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อปรับพื้นฐานทางทหาร ให้นักเรียนนายร้อยทุกชั้นปี มีความรู้ความสามารถทางการทหาร จากเหล่าสายวิทยาการต่าง ๆ ของกองทัพบก เป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะผู้นํา ความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อมในการเป็นผู้นําหน่วยทหารในอนาคต ในงานปิดภาคการฝึก หรือ Goodbye Summer ปีนี้มีการแสดงของกรมศิลปากรและนักเรียนนายร้อย สลับกับการขับร้องเพลงจากกรมดุริยางค์ทหารบก                 

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และผู้แทนนักเรียนนายร้อย เฝ้าทูลละอองพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของขวัญ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงถ่ายทอดวิชาความรู้ และประสบการณ์ด้านต่าง ๆ เป็นประโยชน์แก่นักเรียนนายร้อย

โอกาสนี้ทรงตัดเค้กพระราชทานแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้แทนนักเรียนนายร้อย สำหรับวันปิดภาคการฝึกของนักเรียนนายร้อย เป็นวันสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของการเสร็จสิ้นกาฝึกภาคสนาม ที่ต้องใช้ความอดทน ความวิริยะอุตสาหะ และเป็นโอกาสให้นักเรียนนายร้อยได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฝึกของแต่ละชั้นปี ก่อนที่จะศึกษาทางด้านวิชาการ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในอาชีพทหารต่อไป ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็น "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่ปี 2523 ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ แม้จะทรงเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสอน และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการพิเศษ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ข่าวอื่นในหมวด