ทรัมป์ พร้อมถอนตัวจากสงครามอิหร่าน ในอีก 2-3 สัปดาห์

View icon 46
วันที่ 1 เม.ย. 2569 | 14.03 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
"โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศพร้อมถอนตัวจากสงครามอิหร่านในอีก 2-3 สัปดาห์ ไม่ว่าจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ก็ตาม

จากการที่ราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี แกลลอนละ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 128 บาท (1 แกลลอนประมาณ 3.8 ลิตร) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ชี้แจงว่าสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ สหรัฐฯ จะถอนตัวจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ อาจเป็น 2-3 สัปดาห์ ไม่ว่าอิหร่านจะยอมรับข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำลายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านสำเร็จแล้ว อิหร่านต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 ปี ในการฟื้นฟูความเสียหาย นอกจากนี้ ระบอบปกครองของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกทำลายลงแล้ว และคณะผู้ปกครองอิหร่านชุดใหม่ มีเหตุผลมากกว่าและหัวรุนแรงน้อยกว่า

ทรัมป์ ยังวิจารณ์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และผู้นำยุโรปว่าให้ไปรับน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซเอง สหรัฐฯ จะไม่ช่วยคุ้มกันใด ๆ เพราะไม่เคยได้รับความช่วยเหลือในการสู้รบกับอิหร่าน

ด้าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เผยว่า ประธานาธิบดี ทรัมป์ จะแจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านให้ชาวอเมริกันทั้งประเทศรับทราบ ในวันนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือ 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าเป็นการชี้แจงเหตุผลในการยุติปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยอ้างว่า สหรัฐฯ ชนะสงครามอิหร่านแล้ว ขณะที่ มีการวิเคราะห์ว่าสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายในการโจมตีอิหร่านเฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงวานนี้ (31 มี.ค.) ว่าอิสราเอลกำลังสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อต่อต้าน "ภัยคุกคามจากอิหร่าน" โดยระบุว่า อิสราเอลไม่เพียงแต่เสริมสร้างพันธมิตรกับสหรัฐฯ เท่านั้น แต่กำลังสร้างพันธมิตรใหม่กับประเทศ "สำคัญ" ต่าง ๆ ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิสราเอลไม่ได้เปิดเผยชื่อประเทศ หรือรายละเอียดเพิ่มเติม

ด้าน มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับประธานสภายุโรป วานนี้ ว่าอิหร่านมี "เจตจำนง" ในการยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ตราบใดที่เป็นไปตามเงื่อนไขของอิหร่าน รวมทั้งต้องการหลักประกันที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการรุกรานขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ประกาศว่านับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป จะเปิดการโจมตีบริษัทของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีอิหร่าน โดย IRGC เปิดรายชื่อ 18 บริษัทของสหรัฐฯ ที่เป็นเป้าหมาย อาทิ ไมโครซอฟต์, กูเกิล, แอปเปิล, อินเทล, เทสลา, ไอบีเอ็ม และโบอิง

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาว่าสหรัฐฯ จะยกระดับปฏิบัติการในตะวันออกกลางก่อนยุติสงครามกับอิหร่านหรือไม่ โดยวานนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) ของสหรัฐฯ รายงานว่าสหรัฐฯ ส่งเรือ ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (USS George H.W. Bush) เข้าไปตะวันออกกลาง นับเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ที่ถูกส่งเข้าไปในภูมิภาคดังกล่าว ต่อจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เอบราแฮม ลิงคอล์น (USS Abraham Lincoln) และ ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง