วันนี้ (1 เม.ษ. 69) นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่าได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 อย่างเต็มที่ พร้อมประสานตำรวจจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการการเดินทาง เน้นย้ำไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
ล่าสุด พบว่า ตั๋วโดยสารล่วงหน้าในช่วงวันที่ 9–11 เม.ษ. นี้ ถูกจองเต็มแล้วทุกเส้นทาง สะท้อนการเดินทางที่คึกคักในปีนี้ โดย บขส. จัดรถโดยสารกว่า 7,000 เที่ยวต่อวัน พร้อมเสริมรถอีก 1,000 คัน รองรับผู้โดยสารได้กว่า 120,000 คนต่อวัน
โดยช่วงขาไป วันที่ 9–12 เม.ษ. คาดผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 140,000 คน และช่วงขากลับ วันที่ 16–19 เม.ษ. เฉลี่ยวันละ 120,000 คน
ทางด้านต้นทุนการเดินรถเพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น รถโดยสารกว่า 6,000 คัน ใช้น้ำมันรวมประมาณ 45,000 ลิตรต่อวัน ขณะที่ค่าโดยสารปัจจุบันยังไม่สะท้อนต้นทุนจริง
บขส. จะตรึงราคาค่าโดยสารรถบัสโดยสารประจำทางไว้จนถึงวันที่ 19 เม.ษ. เพื่อช่วยลดภาระประชาชนในช่วงเทศกาล โดยใช้งบประมาณประมาณ 100 ล้านบาทในการอุดหนุน
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 เม.ษ. นี้ รถตู้โดยสารและรถมินิบัส จะเริ่มปรับขึ้นราคาค่าโดยสารทันที ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก่อน
และหลังวันที่ 19 เม.ษ. รถโดยสาร บขส. จะปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง พร้อมย้ำผู้ประกอบการต้องไม่ปรับราคาก่อนกำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน บขส. ได้ประสานกระทรวงพลังงาน และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในเส้นทางหลัก เพื่อสำรองน้ำมันรองรับการเดินรถทั้งขาไปและขากลับ ป้องกันปัญหาขาดแคลน
โดยได้เตรียมน้ำมันสำรองประมาณ 320,000 ลิตร ต่อวันในช่วงเทศกาล ส่วนผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะขาดทุนมากกว่าปีที่ผ่านมา (ปีที่แล้วขาดทุนประมาณ 200 ล้านบาท) จากแรงกดดันของต้นทุนน้ำมัน
พร้อมกันนี้ยังเข้มมาตรการความปลอดภัย ตรวจสภาพรถทุกคัน ตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดพนักงานขับรถ ต้องเป็นศูนย์ จัดพนักงานขับรถ 2 คนในเส้นทางไกล และควบคุมความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่สอบถามประชาชนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนเทศกาล เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด โดยผู้โดยสารที่กำลังเดินทางกลับ กรุงเทฯ - เชียงราย บอกปัจจุบันค่าตั๋วก็สูงอยู่แล้ว จากเดิม 580 บาท ปรับขึ้นเป็น 680 บาท
หากมีการปรับขึ้นอีก จะยิ่งซ้ำเติมค่าใช้จ่าย เพราะเดินทางคนเดียวก็ยังพอรับได้ แต่ตนกลับทั้งครอบครัวรวม 5 คน ค่าใช้จ่ายรวมกันถึง 3,400 บาท ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เช่นเดียวกับผู้ใช้รถใช้ถนนที่เตรียมเดินทางกลับจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ลังเลการเดินทางช่วงสงกรานต์ บางคนอาจต้องตัดสินใจไม่กลับบ้าน ทำได้เพียงคิดถึงครอบครัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง