ยูเนสโก เผย มี “มรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์” เสียหายกว่า 130 แห่ง จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีใส่อิหร่าน มานานกว่า 1 เดือน
วันนี้ (1 เม.ย. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “ฮัสซัน ฟาร์ตูซี” เลขาธิการคณะกรรมาธิการแห่งชาติยูเนสโก (UNESCO) ของอิหร่าน เผยว่า หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว มี “แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์” ถึง 132 แห่ง ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
นอกจากนี้ “ฮัสซัน ฟาร์ตูซี” ยังระบุว่า ไม่มีอะไรที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้มากไปกว่า “มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ” และการโจมตีมรดกเหล่านี้ก็คือการโจมตีอัตลักษณ์ของมนุษย์
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม องค์การยูเนสโก (UNESCO) เคยออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อชะตากรรมของแหล่งมรดกโลกในอิหร่านและทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังพระราชวังโกเลสถาน (Golestan palace) ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ซึ่งมักถูกเปรียบเทียบกับพระราชวังแวร์ซาย รวมทั้งมัสยิดและพระราชวังเก่าแก่ในเมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน ได้รับความเสียหายจากสงคราม และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องแหล่งวัฒนธรรมที่โดดเด่นของตะวันออกกลาง