คุม 3 ตำรวจฝากขัง ปมตบทรัพย์พ่อค้ารถยนต์ จ.นนทบุรี

View icon 9
วันที่ 2 เม.ย. 2569 | 06.41 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - คุม 3 ตำรวจ พร้อมพลเรือนอีก 2 คน ร่วมกันตบทรัพย์พ่อค้ารถยนต์มือสอง ส่งศาลฯ ฝากขัง หลังพบกระทำผิดจริง

คลิปขณะพ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมแม่และน้องสาว ถูกตำรวจในพื้นที่นนทบุรี 5-6 คน เข้าแย่งเงินสด 350,000 บาท ที่เตรียมมาซื้อรถยนต์คันหนึ่ง จนเกิดการชุลมุน เงินตกกระจายเต็มพื้น พ่อค้ารถยนต์แย่งเงินคืนมาได้ แต่ไม่ครบ มีเงินหายไป 52,000 บาท เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

พ่อค้ารถยนต์ ขอให้ไปเจรจากันที่ สภ.เมืองนนทบุรี แต่เมื่อไปถึง ถูกพาตัวเข้าห้องสืบสวน มีการยึดโทรศัพท์มือถือ และพยายามเรียกรับเงิน โดยหัวหน้าชุดขอเงิน 100,000 บาท ก่อนจะต่อรองเหลือ 30,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว

หลังเกิดเหตุ พ่อค้ารถยนต์ได้มาร้องเรียนสื่อ ยืนยันการซื้อขายรถมีสัญญาและเอกสารถูกต้อง และมาทราบภายหลังว่า รถคันที่ตนติดต่อซื้อ เคยถูกใช้ในลักษณะล่อซื้อผู้ค้ารถมือสองมาแล้วหลายครั้ง

หลังนำเสนอข่าว พลตำรวจตรี เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ลงนามสั่งย้ายด่วน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ทั้ง 3 นาย ตามที่ปรากฏในคลิป ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยให้ขาดจากต้นสังกัดเดิม ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับสั่งการให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี รายงานผลการสอบสวนภายใน 7 วัน

ขณะเดียวกัน พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามผลการสอบสวน เบื้องต้นพบตำรวจหนึ่งในสาม ทางผู้กำกับ สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งสิบเวร ซึ่งไม่มีหน้าที่ในการออกไปสืบสวนจับกุม นอกจากนี้ มีพลเรือนอีก 2 คน ร่วมขบวนการด้วย ทำหน้าที่ล่อซื้อ

เบื้องต้นตำรวจ 3 นาย ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์ หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนถูกคุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี โดยผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด รีบเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าว และไม่ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใด ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงาน บุคคลในกลุ่มนี้เคยไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.บางศรีเมือง ซึ่งทางผู้กำกับ สภ.บางศรีเมือง ได้ทำรายงานการสืบสวน และสามารถยืนยันตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว ซึ่งจะมีการสอบสวน และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ตามอำนาจหน้าที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง