สนามข่าว 7 สี - ตามคดีกรณี "คริสติน กุลสตรี" นางแบบ และนักแสดงฯ ผู้เสียหาย ที่ถูกคนที่อ้างตัวเป็น "อาสากู้ภัย" กระทำอนาจารขณะล้มป่วย นำหลักฐานมอบให้กับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด
แม้สภาพจิตใจจะยังไม่ 100 % แต่เธอก็พร้อมสู้ต่อ และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม
นี่เป็นการเปิดใจของ "คริสติน กุลสตรี" นางแบบ และนักแสดงลูกครึ่ง ในฐานะผู้เสียหาย ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน หลังเธอถูกชายซึ่งอ้างตัวเป็น "อาสาสมัครกู้ภัย" เข้าช่วยเหลือ ขณะมีอาการป่วยในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซอยปรีดีพนมยงค์ 45 แล้วอาศัยช่วงที่ปลอดคนกระทำอนาจาร
ส่วนที่มาพบตำรวจ เพราะต้องนำหลักฐานคือชุดเสื้อผ้าในวันเกิดเหตุ มามอบให้ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุถึงที่สุด โดยผู้เสียหายให้ปากกับตำรวจนานกว่า 4 ชั่วโมง
ย้อนไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ หากดูจากเวลาตามภาพวงจรปิด 03.39 น. วันที่ 31 มีนาคม คนก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่คอนโดฯ
จากนั้นก็รออยู่ประมาณ 10 นาที ถึงมี รปภ.มารับขึ้นไปที่ห้องของ คริสติน ผู้เสียหาย หลังปฐมพยาบาลเบื้องต้น คนก่อเหตุเตรียมจะอุ้มผู้เสียหายลงมาชั้นล่าง แต่จังหวะนั้น ตำรวจ สน.คลองตัน มาถึงพอดี
รปภ. จึงต้องวิ่งลงไปรับตำรวจพาขึ้นมาที่ห้อง เพื่อส่งตัวผู้เสียหายไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 นาที และช่วงนี้เวลา 1 นาทีนี้เอง ที่ผู้ก่อเหตุอยู่กับผู้เสียหายลำพัง และฉวยจังหวะปลอดคน กระทำอนาจาร
เมื่อวานนี้ นอกจาก "คริสติน" เข้าพบพนักงานสอบสวนเแล้วยังมีอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูกับเพื่อนอีก 2 คน ที่ไปแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวนด้วย
โดยเล่าย้อนให้ฟังว่า คืนเกิดเหตุ ไม่รู้มาก่อนว่ามีใครมาช่วยเหลือผู้เสียหายบ้าง แต่ตอนไปถึงก็เห็นผู้เสียหายอยู่ชั้นล่างแล้ว
การสังเกตพบว่าผู้เสียหายสวมเสื้อผ้าปกติ ไม่มีอาการตื่นตระหนก หรือขอความช่วยเหลือ สัญญาณชีพปกติดี เหมือนแค่นั่งหลับตาพักไปเฉย ๆ เมื่อตรวจสอบอาการป่วยเบื้องต้นแล้ว ก็ได้เรียกรถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอน ซึ่งตอนนั้นนอกจากทีมกู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญูแล้ว ยังมีเพื่อนของผู้เสียหาย และตำรวจร่วมกันส่งขึ้นรถไปโรงพยาบาลด้วย
พร้อมกันนี้ยังได้ยืนยันด้วยว่า หลักการช่วยเหลือทางการแพทย์เบื้องต้นของตัวเอง จะต้องสวมชุดเครื่องแต่งกายให้เห็นชัดว่าเป็นใคร มาจากไหน กรณีที่พบผู้ป่วยหมดสติ จะใช้วิธีจิกเล็บ เพื่อดูว่าผู้ป่วยยังมีสติหรือไม่ จะไม่ใช้วิธีถอดเสื้อผ้าทันที เว้นแต่มีอาสาสมัครหญิงอยู่ด้วย
อีกประเด็นที่คนคาใจ ทำไม รปภ.ถึงอนุญาตให้คนก่อเหตุขึ้นห้องผู้เสียหาย นายโกวิทย์ รปภ.คอนโดฯ บอกว่า เขาอ้างตัวเป็นอาสากู้ภัยฯ และด้วยความที่อยากช่วยผู้เสียหายเร็วที่สุด จึงพาขึ้นไปที่ห้อง แต่ไม่รู้ว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นบ้าง กระทั่งเรื่องนี้กลายเป็นข่าว
ต่อมาตำรวจนำตัวคนก่อเหตุชื่อ นายกร มาสอบปากคำ พร้อมยึดโทรศัพท์มาตรวจสอบ โดยเบื้องต้น เจ้าตัวให้การปฏิเสธ อ้างว่าที่ถ่ายภาพในวันนั้น เป็นการถ่ายซองยาของผู้ป่วย และสาเหตุที่จับต้องเสื้อผ้าของผู้เสียหาย ก็เพราะจะพยายามช่วยปั๊มหัวใจ
แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การนี้ เพราะจากข้อมูลการสืบสวน พบว่านายกร ปัจจุบันไม่ได้เป็น "อาสาสมัครกู้ภัย" แล้ว เพียงแต่เป็นอาสาสมัครตำรวจ ที่ช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ด้าน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 บอกว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายกร ไม่พบว่าเคยก่อคดี หรือมีหมายจับติดตัว แต่พฤติกรรมแบบนี้เชื่อว่า น่าจะเคยทำกับคนอื่น ๆ มาก่อน
ล่าสุด พนักงานสอบสวนขอศาลอาญาพระโขนง ออกหมายจับ นายกร ในข้อหากระทำอนาจารบุคคลในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งตำรวจเตรียมสอบสวน นายกร อย่างละเอียดอีกครั้งวันนี้ ก่อนขออำนาจศาลฯ ฝากขังในวันศุกร์