ผู้ประกอบการรถตู้สายตราด–คลองใหญ่ เตรียมปรับค่าโดยสาร หลังน้ำมันขึ้นราคาต่อเนื่อง โดยมีแผนเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารในวันที่ 6 เมษายนนี้ จากเดิม 100 บาท เป็น 120 บาท
ข่าว วันนี้ (1 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศปั๊มน้ำมันในพื้นที่ตัวเมืองตราดช่วงกลางดึกเป็นไปอย่างคึกคัก หลังมีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากแห่ออกมาเติมน้ำมันล่วงหน้า จนหลายปั๊มแน่นขนัด รถต่อคิวยาวเหยียดออกมานอกสถานีบริการ
สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบน.) ปรับการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นทุกชนิด โดยกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 1.20 บาทต่อลิตร และดีเซลเพิ่มขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 44.24 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 42.88 บาท
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาบ้านหนองบัว ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด พบว่ามีประชาชนขับรถเข้าแถวรอเติมน้ำมันยาวออกมานอกปั๊มกว่า 500 เมตร ทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ บางรายนำแกลลอนมาเติมสำรอง ขณะที่รถกระบะบางคันบรรทุกแกลลอนขนาดใหญ่กว่า 200 ลิตรมาเติมเช่นกัน
นางเนตรดาว เจ้าของฟาร์มหมู เปิดเผยว่า ทราบข่าวว่าน้ำมันจะขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่ได้กังวลมากนัก เพราะช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่าได้รับผลกระทบ เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยฟาร์มของตนจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องปั่นพัดลมในระบบฟาร์มปิด จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมฝากถึงรัฐบาลอยากให้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเกษตรกร เพราะสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น
ด้านนายสิทธิพร ทองสิทธิ์ อายุ 47 ปี เจ้าของรถตู้คิวสายตราด–คลองใหญ่ กล่าวว่า ทราบข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันไม่นานจึงรีบขับรถมาเติมทันที โดยยอมรับว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากเดิมต้นทุนน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณกิโลเมตรละ 3 บาท แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนเพิ่มเป็นกิโลเมตรละ 4-5 บาท และหลังจากการปรับขึ้นครั้งนี้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อกิโลเมตร
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถตู้สายตราด–คลองใหญ่ มีแผนเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารในวันที่ 6 เมษายนนี้ จากเดิม 100 บาท เป็น 120 บาท ขณะที่เส้นทางตราด–หาดเล็ก ปัจจุบันแทบไม่มีผู้โดยสาร ทำให้ต้องวิ่งเพียงเส้นทางตราด–คลองใหญ่ และตราด–คลองสนเท่านั้น โดยจำนวนผู้โดยสารลดลงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้คนขับรถตู้เลิกวิ่งไปแล้วนับสิบคัน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้
ขณะที่นายวันชัย เถียรทิน ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวเกาะช้าง เปิดเผยว่า ตนได้นำแกลลอนขนาด 30 ลิตร จำนวน 30 ถัง มาเติมน้ำมันดีเซลเพื่อสำรองไว้ใช้กับเรือนำเที่ยว หลังทราบข่าวในช่วงหัวค่ำ โดยยอมรับว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลง ทำให้ยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนมากขึ้น พร้อมระบุว่าแม้จะมีความกังวล แต่ก็ไม่แน่ใจว่าภาครัฐจะสามารถช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด