เช้านี้ที่หมอชิต - ตามต่อคดีที่ "บิ๊กเต่า" นำทีมเปิดปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" บุกรวบ ปลัดอำเภอวังน้อย ทุจริตออกบัตรประจำตัวให้บุคคลต่างด้าวพร้อมจับผู้เกี่ยวข้องในคดี 6 คน หลังพบมีส่วนร่วมในการทุจริตออกบัตรประจำตัวคนต่างด้าวโดยไม่ชอบ
เมื่อวานนี้ทางผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้รับการประกันตัวแล้ว โดยปลัดอำเภอ และลูกจ้างฝ่ายทะเบียน ให้การปฏิเสธเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด ส่วนพลเรือน 4 คน ให้การเป็นประโยชน์
ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรฯ ลูกจ้าง (แบบสัญญาจ้าง) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและบัตรฯ นายหน้า และเจ้าบ้าน หลังถูกคุมตัวมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีที่ บก.ปปป. ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามแต่ทั้งหมดไม่ยอมตอบคำถามสื่อ
ตามพฤติการณ์แยกกันกระทำความผิดของแต่ละคน ไล่มาตั้งแต่การออกบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว โดยทุจริต นำชื่อเด็กและเยาวชน เข้าไปในทะเบียนบ้าน ให้หน้าม้าพาเด็ก ๆ ไปออกบัตรประจำตัว ณ ที่ทำการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยที่ไม่มีผู้ปกครองเซ็นรับรอง
พอเด็ก ๆ ได้บัตรมาแล้ว ถึงจะไปย้ายชื่อเด็ก ๆ เหล่านี้ออกจากทะเบียนบ้าน 3 หลัง แล้วค่อยมอบค่าตอบแทนให้เจ้าบ้านรายละ 1,000-3,000 บาท ต่อรายชื่อเด็ก 1 คน ส่วนเงินที่รับจ้างมาจริง ๆ สูงถึงรายละกว่า 10,000-30,000 บาท
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ "บิ๊กเต่า" บอกว่า จากการสอบสวน ปลัดอำเภอวังน้อย กับข้าราชการอีก 1 คน ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ตัวเองดำเนินการออกบัตรอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่
มีเพียงผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือน แบ่งเป็นเจ้าของบ้าน 3 หลัง ที่ให้คนต่างด้าวอยู่กับนายหน้าที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ตำรวจปะติดปะต่อแผนประทุษกรรมได้
หลังสอบปากคำแล้วเสร็จ ตำรวจก็ได้แจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นข้าราชการ และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี
ซึ่งแม้ ปลัดอำเภอ จะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมั่นใจพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ตั้งแต่ "ปลัดอำเภอวังน้อย" เข้ามารับตำแหน่ง ช่วงแรก ๆ ก็มีสถิติออกบัตรชมพูให้คนต่างชาติ ประมาณ 10 คน ในปี 2566 แต่จู่ ๆ ปีที่แล้ว 2568 เพิ่มพรวดเดียวเป็นกว่า 200 คน ตรงจุดนี้ที่ย้ำชัดว่ามีความผิดปกติ
ส่วนความเป็นไปได้ที่ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่นั้น ระบุเพียงสั้น ๆ ว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ แต่น่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอีกหลายคน และจากพยานหลักฐานที่มีคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ภายในไม่เกิน 3 เดือนนี้