เรือติดธงชาติไทย ขนน้ำมันให้กัมพูชา

View icon 54
วันที่ 2 เม.ย. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - กองทัพเรือ รับลูกตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปชาวกัมพูชาขนถ่ายซื้อน้ำมันดีเซลจากเรือติดธงชาติไทย ยืนยันกองทัพเรือ มุ่งมั่นปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ดำเนินคดีผู้กระทำผิดไม่มีข้อยกเว้น

เพจฯ ส่องเขมร โพสต์คลิปที่ถ่ายจากชาวกัมพูชา บรรยายว่า กำลังใช้เครื่องสูบ 6,000 ลิตร สูบน้ำมันดีเซล เพราะมีเถ้าแก่ใจดีนำน้ำมันมาขาย จากในคลิปไม่สามารถฟันธงได้ว่า สิ่งที่เขากำลังขนถ่ายอยู่นั้นคือน้ำมันหรือไม่

แต่ที่ชาวเน็ตเห็นแล้วสะเทือนใจ ก็ตรงที่มีเรือติดธงชาติไทย จอดเทียบอยู่ใกล้ ๆ วิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา สู้รบกันแทบตาย กลับมีคนลักลอบขนน้ำมันไปขายให้ศัตรู พร้อมจี้ให้หน่วยงานตรวจสอบ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ บอกว่า ทราบข่าวการลักลอบขายน้ำมันให้ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอบคุณประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส หากพบว่ามีการลักลอบการน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกราชอาณาจักร จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่ละเว้น

กองทัพเรือ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควบคุมดูแลการใช้ทรัพยากร และการปฏิบัติกิจกรรมในพื้นที่ทางทะเลให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมขอความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนหรือความเข้าใจผิดในสังคม 

ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 เป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน 6 จุด 11 แห่ง

พบผู้ค้ามาตรา 7 บางราย ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังในเดือนมีนาคม รับเข้ามากกว่าการขายออก แตกต่างจากการประกอบธุรกิจ ในเดือนกุมภาพันธ์ รับเข้าและจำหน่ายออกใกล้เคียงกัน น้ำมันเป็นสินค้าควบคุม จึงมีการตรวจสอบขยายผลต่อไปว่า ปฏิเสธการขาย หรือประวิงการขาย โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ หากผิดพาณิชย์จังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องกล่าวโทษ ดำเนินคดีอาญา

พลตำรวจโท รุทธพล บอกว่า ความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันปิโตรเลียม ด้วยการที่มีน้ำมันไม่ปรากฏแหล่งที่มาเก็บไว้ในคลัง หรือมีแล้วแต่ปฏิเสธการขายหรือประวิงการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะคลังน้ำมันขนาดใหญ่ เป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ถือเป็นการเอาเปรียบต่อสังคมในภาวะที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อน หากพบความผิดจะมีการโอนคดีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินคดีในทุกมิติ ถ้าหากพบมีการกระทำความผิดเป็นขบวนการ จะพิจารณาดำเนินคดี ฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษหนัก และขยายผลไปสู่การดำเนินงานตามมาตรการฟอกเงินต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง