ทำนาแทบไม่รอด เกษตรกรโอดซ้ำ หลังน้ำมันปรับขึ้นอีกรอบ ต้นทุนพุ่งเกือบ 6,000 ต่อไร่ สวนราคาขายข้าวเปลือก ได้แค่ตันละ 6,000 บาท
วันนี้ (2 เม.ย. 69) ที่จังหวัดอุทัยธานี เสียงสะท้อนจากเกษตรกรชาวนา หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการทำนาเพิ่มสูง ขณะที่ราคาข้าวเปลือกยังอยู่ในระดับต่ำเพียงตันละประมาณ 6,000 บาท ทำให้หลายรายเริ่มลดพื้นที่เพาะปลูก หวั่นไม่คุ้มทุน
โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองนางนวลอำเภอหนองฉาง เพื่อสอบพูดคุยสอบถามถึง สถานการณ์การทำนาในปัจจุบัน โดยพบว่าเกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรอบด้าน ทั้งค่าน้ำมัน ปุ๋ย และสารเคมี ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเพาะปลูกในฤดูกาลนี้
นายชัยยุทธ เกษตรกร หมู่ 3 ตำบลหนองนางนวล เปิดเผยว่า ตนทำนาจำนวน 70 ไร่ และเลือกปั่นนาเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 4 ลิตรต่อไร่ อีกทั้งยังรับจ้างปั่นนาเป็นรายได้เสริม อย่างไรก็ตาม หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น ทำให้ต้องปรับค่าจ้างจากเดิมไร่ละ 250 บาท เป็น 350 บาท และค่าลู่นาจากไร่ละ 120 บาท เป็น 150 บาท ขณะที่งานรับจ้างกลับลดลง เนื่องจากชาวนาหลายรายลดการทำนาเพื่อลดต้นทุน
นอกจากนี้ หากจ้างตั้งแต่ขั้นตอนการไถจนถึงการหว่าน จะมีต้นทุนรวมเกือบ 6,000 บาทต่อไร่ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาขายข้าวเปลือก ทำให้เกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องลงมือทำเอง เพราะตอนนี้ต้นทุนมันสูงขึ้นทุกอย่าง แต่ราคาข้าวยังเท่าเดิม หลายคนเลยเริ่มไม่กล้าทำนา ถ้าจะจ้างทั้งหมดก็ไม่ไหว ต้องทำเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย
อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลเรื่องราคาน้ำมัน ปุ๋ย และยาให้ถูกลง เพราะตอนนี้ชาวนาแทบไม่มีกำไรแล้ว และจะให้เปลี่ยนอาชีพก็ยาก เพราะนี่คืออาชีพหลักของพวกเรา นายชัยยุทธ กล่าว