พิษ PM2.5 คนเลือดกำเดาไหล-แสบตาเพิ่ม 1.5 เท่า

พิษ PM2.5 คนเลือดกำเดาไหล-แสบตาเพิ่ม 1.5 เท่า

วันที่ 2 เม.ย. 2569 | 14.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผอ.โรงพยาบาลมหาราชฯเชียงใหม่ เผยฝุ่นพิษ PM2.5 กระตุ้นผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล แสบตา แสบจมูก มีอาการกำเริบเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่า

สถานการณ์มลพิษหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในจังหวัดเชียงใหม่ยังวิกฤติ เนื่องจากเกิดจุดความร้อน หรือ HOtspot จากไฟป่าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่า PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานนานกว่า 2 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่งผลให้ชาวเชียงใหม่เริ่มได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ อาทิเลือดกำเดาไหล แสบจมูก แสบตา และมีอาการภูมิแพ้กำเริบ

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ ( 2 เมษายน) นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม ศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขในช่วงค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน  ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 

ด้านศ.พญ.อรินทยา กล่าวว่า  ผลกระทบเฉียบพลันที่เห็นชัดจาก PM2.5 คือ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก และกระตุ้นระบบทางเดินหายใจ  จากการเก็บข้อมูลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบว่าช่วงนี้คนไข้ที่มาด้วยอาการเลือดกำเดาไหล และปัญหาทางจมูกและตาเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนๆที่ค่า PM2.5 ไม่สูง  แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีในเดือนที่ค่า PM2.5 สูง ก็จะมีคนไข้กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน 

ขณะที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง PM2.5 ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบหากสัมผัสฝุ่นมาแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ความรุนแรงขึ้นกับความเสี่ยงของผู้ป่วยเอง เพราะจากข้อมูลที่ศึกษาวิจัยพบว่า PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัมต่อคิวบิตมิน จะเพิ่มความเสี่ยงประมาณ 6 - 8% ในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งก็ขึ้นกับความเสี่ยงพื้นฐานของตัวผู้ป่วยเองด้วย หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้วโอกาสเกิดโรคก็จะเพิ่มสูงขึ้น ส่วนผลระยะยาวการที่ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนเข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดความอักเสบของหลอดเลือด  การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย  มีโอกาสทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือโรคมะเร็งในระยะยาวได้  และฝุ่นที่มีขนาดเล็กยังสามารถเข้าสู่สมองได้ โดยเฉพาะ PM ที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน

ส่วนทางด้านนายแพทย์วรัญญู  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  สถานการณ์จากฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพในระยะเฉียบพลัน พบว่า (1) ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบในปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,181 ราย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของค่ามัธยฐาน 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 21.3  (2) ผู้ป่วยหอบหืด จำนวน 2,374 ราย ลดลงร้อยละ 14.8 (3) ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล จำนวน 177 ราย ลดลงร้อยละ 39.8 สาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง อาทิ การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากาก การใช้ห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น อีกทั้งในปีนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นช้ากว่าในปีที่ผ่านมา  จากการศึกษาวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าผลกระทบด้านสุขภาพ จะเกิดขึ้นตามหลังสถานการณ์ที่แย่ลงประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแนวโน้มในช่วงสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ยังมีการติดตามกลุ่มโรคที่อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง สะสม 29,139 ราย ลดลงจากห้วงเดียวกันในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 19.8 ในกลุ่มโรคดังกล่าว มีความจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ตามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลของสถานพยาบาลได้ครอบคลุมและทันเวลามากขึ้น อีกทั้งยังมีการติดตามโรคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น มะเร็งปอด เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ และสื่อสารประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ให้เครือข่าย อสม. ลงพื้นที่ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนแล้วจำนวน 711,558 หลังคาเรือน และแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นแก่กลุ่มป่วยและกลุ่มเปราะบาง จำนวน 195,780 ชิ้น เปิดให้บริการห้องลดฝุ่นในโรงพยาบาลและรพ.สต.เพื่อรองรับกลุ่มป่วย และกลุ่มเปราะบาง จำนวน 507 ห้องทั่วจังหวัดเชียงใหม่ และปัจจุบันได้เปิดให้บริการคลินิกมลพิษในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่น จำนวน 5 แห่งที่มีแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่ รพ.นครพิงค์ ฝาง สันทราย สันป่าตองและจอมทอง  นอกจากนี้ประชาชายังสามารถรับบริการออนไลน์ผ่านเพลตฟอร์มคลินิคมลพิษออนไลน์ NRH - คลินิกมลพิษออนไลน์ https://pollutionclinic.nopparat.go.th/ ได้เช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง