ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ กับคดีหนุ่มหัวร้อน ไปเก่งกับเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ งานนี้บอกเลย จบไม่สวย
ดูพฤติกรรมของชายคนนี้ หัวร้อนเหลือเกิน แล้วเก่งเหลือเกิน ด่าผู้สูงอายุ ผู้หญิง และหนูน้อยวัยแค่ 4 ขวบ ในภาพจะเห็นว่าชายคนดังกล่าวเตะขวดน้ำ ซึ่งคาดว่าจะเป็นขวดน้ำของหนูน้อยที่เอาไปโรงเรียน ทำเอาหนูน้อยยืนตัวสั่น ร้องไห้ กอดคุณแม่ แม่ก็พยายามปลอบ พลเมืองดีก็พยายามห้ามแต่ชายคนนี้ไม่ฟังอะไรเลย เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่ ถนนคันคลองชลประทาน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (1 เม.ย.)
ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มมาจาก หญิงสูงวัยที่เป็นคู่กรณี พาลูกจ้างไปรับลูกสาวที่เป็นเด็กหญิงวัย 4 ขวบ กลับจากโรงเรียน พอมาถึงจุดเกิดเหตุ กำลังจะเข้าเลนขวา เพื่อกลับรถข้างหน้า แต่ไม่ทันเห็นรถเก๋งคู่กรณีที่ขับมาด้วยความเร็วตามหลังมา จึงเฉี่ยวชนกัน จากนั้นจักรยานยนต์ล้ม จนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะกระแทกพื้น
ซึ่งเรื่องราวนี้เอง ทาง พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 ได้สั่งการให้ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าของท้องที่ ตามหาตัวชายคนดังกล่าว แม้ว่าคู่กรณียังไม่ได้แจ้งความ เพราะถือเป็นบุคคลอันตรายต่อผู้อื่นบนท้องถนน จนเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาชายคนนี้เข้ามา พบตำรวจเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างจะไปที่ห้องสืบสวน มีคณะทัวร์มารอ พร้อมจะเข้าไปหาเรื่องสุดท้ายตำรวจต้องมาห้าม
เรียกว่าเดือดเลยทีเดียว สุดท้ายจากการสอบสวนพบว่า ชายคนนี้ชื่อ นายธรรมฤทธิ์ อายุ 36 ปี แถมตำรวจจับตรวจปัสวะ พบว่ามีสารเสพติด เป็นมอร์ฟิน ในร่างกาย
โดย นายธรรมฤทธิ์ บอกว่า วันเกิดเหตุนั้นตนเองได้ขับรถมาตามปกติกระทั่งถูกจุดเกิดเหตุได้มียายและเด็กขับรถจักรยายนต์มาจากเลนซ้ายและขับเบียดมายังเลนขวา โดยไม่ได้มองทำให้เฉี่ยวชนรถตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุแฉลบล้ม ตนเองจึงได้ลงไปดู ตามคลิปที่ปรากฏนั้นตนได้ต่อว่าป้าคนขับพร้อมกับแสดงความไม่พอใจและแตะขวดน้ำ เนื่องจากโมโหที่ป้าขับประมาทและอ้างว่าเป็นห่วงเด็ก และไม่ได้มีเจตนาตะคอกเด็กแต่อย่างใด
เบื้องต้นตำรวจ แจ้งข้อหา นายธรรมฤทธิ์ 3 ข้อหา ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ข้อหาที่สองคือเรื่องของการข่มขู่ผู้อื่นให้ผู้อื่นตกใจกลัว และข้อหาที่สามขับรถโดยเสพสารเสพติดผิดกฎหมาย และทำสำนวนคดีส่งให้ให้ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาในการตรวจยึดใบขับขี่ พร้อมบอกว่า หากใครเคยโดนพฤติกรรมของ นายธรรมฤทธิ์ ก็นำหลักฐานเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมได้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนอาการของคู่กรณีทั้งสามคน ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว