คริส แฉ ปกรณ์วุฒิ ยกพวก สส.ปชน.กว่า 10 คน ปรี่ขู่ระวังตัวให้ดี หลังติง สส.ไม่ควรอ่านสคริปต์ - เตรียมรวมหลักฐานร้องจริยธรรม ขณะที่พรรคเศรษฐกิจ แถลงการณ์ประณามพฤติกรรมคุกคามภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
วันนี้ (2 เม.ย.69) นายคริส โปตะนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวกรณีที่มีปากเสียงกับ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ สส.พรรคประชาชน ระหว่างการอภิปรายรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า เหตุเกิดขึ้นในห้องประชุมสภา ที่ตนประท้วง สส.พรรคประชาชนว่า การอภิปรายไม่ควรอ่านสคริปท์ในที่ประชุม เพราะประชาชนจะเบื่อและไม่มีใครฟัง
โดยเมื่อวาน (1 เม.ย.69) ตนไม่ได้กล่าวหาพรรคใด แต่พอตนนั่งลง อีกคนขึ้นพูดก็ตามสคริปท์แบบเดิม จึงยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหา สส.พรรคใด แต่วันนี้เชื่อว่า คงมีคนผูกใจเจ็บ ขณะที่อภิปรายรายงานผลของกองทุน ซึ่งมีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ก็เอาเอกสารขึ้นมาอภิปราย ตนก็ประท้วง เพื่อไม่ให้เอาเอกสารมาอภิปราย แต่ก็เกิดปะทะคารมกัน ซึ่งเมื่อตนอภิปรายเสร็จและนั่งลง นายปกรณ์วุฒิ เดินปรี่เข้ามาที่นั่งของตน หลังจากนั้นตามมาอีก 10 คน มีการชี้หน้าตนหลายรอบ ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และตนยังตกใจอยู่ และเหมือนกับบอกว่า ระวังตัวให้ดี และนายภัณฑิลได้พูดใส่ไมค์ว่า สส.สมัยแรก ก็พองอย่างนี้แหละ
นายคริส บอกว่า ตนรู้สึกถึงการคุกคามทางร่างกายและเสรีภาพ เพราะมี สส.พรรคประชาชนมาจับแขนตนด้วย ซึ่ง สส.พรรคประชาชนหลายคน ตนก็รู้จัก ทั้งนายปกรณ์วุฒิ และนายภัณฑิล แต่ตนไม่รู้ว่าเป็น สส.ก่อนตน และอาจจะโกรธ ซึ่งนายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ก็อยู่ด้านหน้า และนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ยังบอกให้ตนนั่งลง แต่คนที่ไม่จบคือ สส.พรรคประชาชน
นายคริส ยืนยันว่า ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำดังกล่าวของนายปกรณ์วุฒิว่า เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ เพราะหากทำผิดจริง จะต้องระวังโทษ ส่วนกฎหมายบ้านเมืองจะดูว่าเข้าองค์ประกอบหรือไม่
ขณะที่ พรรคเศรษฐกิจ ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามพฤติกรรมคุกคามภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า
พรรคเศรษฐกิจขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการประณามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติและเป็นเวทีของการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ผ่านผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง
จากเหตุการณ์ล่าสุดระหว่างการพิจารณารายงานของกองทุนต่าง ๆ ในที่ประชุมสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเศรษฐกิจได้ใช้สิทธิประท้วงตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 ซึ่งกำหนดให้การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น และห้ามมิให้นำเอกสารมาอ่านต่อที่ประชุม ทั้งนี้ การใช้สิทธิประท้วงดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกระบวนการรัฐสภาโดยสุจริตและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการอภิปรายและการประท้วงดังกล่าว ได้เกิดพฤติกรรมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนที่มีลักษณะเดินเข้ามาเผชิญหน้าถึงที่นั่งของ สส. พรรคเศรษฐกิจ มีการชี้หน้า ใช้ถ้อยคำในลักษณะข่มขู่ และมีการแตะต้องร่างกาย ซึ่งพรรคเศรษฐกิจเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเข้าข่ายเป็นการคุกคาม ทั้งในเชิงร่างกายและเสรีภาพของผู้แทนราษฎร
พฤติกรรมดังกล่าว มิใช่เพียงการแสดงความเห็นต่างทางการเมือง หากแต่เป็นการละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในระบอบรัฐสภา ซึ่งควรตั้งอยู่บนหลักของเหตุผล กติกา และความเคารพซึ่งกันและกัน การใช้การเผชิญหน้าในลักษณะคุกคามนอกรอบหลังการอภิปราย เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมประชาธิปไตย
พรรคเศรษฐกิจขอย้ำว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งมากี่สมัย ย่อมมีสถานะและสิทธิเท่าเทียมกันภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีสิทธิในการใช้กลไกของสภา รวมถึงการประท้วง เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ พรรคเศรษฐกิจมีความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวโน้มของการอภิปรายที่ขาดคุณภาพ และการใช้สคริปต์รวมถึง AI ที่มิได้เกิดจากการศึกษาหรือการเตรียมการอย่างแท้จริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน หากปล่อยให้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการกำกับดูแล
พรรคเศรษฐกิจจึงขอเรียกร้องให้
1.ประธานในที่ประชุมบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายเคารพกติกา และยุติพฤติกรรมที่มีลักษณะคุกคามหรือข่มขู่
3.มีการรักษามาตรฐานและศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎรให้สมกับความคาดหวังของประชาชน
พรรคเศรษฐกิจขอยืนยันว่า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความสุจริต และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และจะไม่ยอมให้พฤติกรรมที่บ่อนทำลายระบบรัฐสภาเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติ