เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (2 เม.ย.) เครือข่ายม็อบแรงงาน เดินทางไปยัง กระทรวงพลังงาน และทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ "นายกฯ อนุทิน" แก้ปัญหาวิกฤติพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้
ม็อบบุกทำเนียบฯ ร้องแก้น้ำมันแพง
โดยช่วงเช้าไปรวมตัวที่หน้ากระทรวงพลังงาน ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่ทำเนียบฯ พูดชัดเจนว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในตอนนี้ คือ ต้องลดราคาน้ำมันลง
และนี่เป็นเสียงของแกนนำผู้ชุมนุม กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย หรือ สสรท., สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย หรือ สปท. ที่บุกไปทำเนียบฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงาน
ข้อเสนอหลัก คือ ต้องการให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2 บาท ยกเลิกการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อนในสถานการณ์เฉพาะหน้า รวมถึงต้องกำหนดราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ไม่เกินลิตรละ 30 บาท
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ นายกฯ อนุทิน ใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้คุมราคาน้ำมันอย่างจริงจัง รวมทั้งตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่นน้ำมัน, บุคคล หรือนิติบุคคลที่กักตุนน้ำมัน
นายกฯ โต้ปมถูกกล่าวหา "อุ้มนายทุน"
ด้าน นายกฯ อนุทิน ให้สัมภาษณ์ในประเด็นการช่วยเหลือแก้ไขวิกฤติพลังงานว่า รัฐบาลกำลังหาทุกช่องทางช่วยประชาชน โดยเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น อยู่ระหว่างหาความเหมาะสม ยืนยันว่าไม่มีใครในรัฐบาล มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากวิกฤติพลังงานที่กำลังเกิดขึ้น และไม่มีการอุ้มนายทุน
จับตา คตร. บี้ลดค่ากลั่นน้ำมัน
ขณะที่การประชุม คตร. นัดแรกเมื่อวาน (2 เม.ย.) ที่ประชุมฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ไปศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าต่าง ๆ ในการผลิตน้ำมัน ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาภายในวันที่ 6 เมษายน หลักการสำคัญ คือ จะต้องคุยกับ "โรงกลั่น" ให้ชัดเจนว่า ต้นทุนแท้จริง รวมกับ War Premium เป็นเท่าไรกันแน่
"เอกนัฏ" ลุยทบทวนตัวเลขค่าการกลั่น
ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ว่าหลังถวายสัตย์ปฏิญาณ จะเรียกประชุมคณะกรรมการ กบง. (ในฐานะประธาน กบง.) เพื่อพิจารณาตัวเลขที่ได้จาก คตร. ทันที เพราะมองว่าปัญหาราคาน้ำมันในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าปั๊มอย่างเดียว แต่อยู่ที่ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ 100% จนเกิดความผันผวนตามสถานการณ์โลก
และจากข้อมูลพบว่าค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ จาก 2-3 บาทต่อลิตรในภาวะปกติ ขึ้นมาเฉลี่ย 7 บาทต่อลิตรในเดือนที่แล้ว