รวบหนุ่มขายบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟันรายได้หลักพัน ทำเหยื่อสูญเฉียดล้าน

รวบหนุ่มขายบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟันรายได้หลักพัน ทำเหยื่อสูญเฉียดล้าน

View icon 4
วันที่ 3 เม.ย. 2569 | 10.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (3 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสุเทพ อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 481/2568 ลงวันที่ 3 ก.ย.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันฉ้อโกง”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานครฯ

พฤติการณ์ ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์แอบอ้างจากบุคคลที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง แจ้งว่าผู้เสียหายมีการเปิดบัญชีธนาคาแห่งหนึ่งทิ้งไว้ และบัญชีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาญา

จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการข่มขู่ และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินทั้งหมดที่มีไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยอ้างว่าจะโอนคืนให้ทันทีเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น ภายหลังการโอนเงินครั้งแรก ผู้เสียหายถูกดึงเข้าสู่การวิดีโอคอลกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แต่งกายและอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทำการกดดัน และบังคับให้ผู้เสียหายหาเงินมาโอนเพิ่มเติมเพื่อ “เคลียร์คดี” ด้วยความตกใจและเกรงกลัว ผู้เสียหายจึงติดต่อหาญาติเพื่อขอยืมเงินแต่เมื่อปรึกษากันจึงทราบว่าตนเองถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ทันที

จากการสืบสวนขยายผล พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีของ นายสุเทพ รวม 80,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ (บก.ป.) ได้ทำการสืบสวน และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายสุเทพ เชื่อว่าผู้ต้องหาได้พักอาศัยอยู่บริเวณซอยรามอินทรา 65 จึงนำกำลังเข้าเฝ้าสังเกตการณ์ และดักซุ่มอยู่บริเวณพิกัดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งพบตัวนายสุเทพ ผู้ต้องหา ปรากฏตัวอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพักบริเวณดังกล่าว ขณะกำลังเดินออกมาจากตัวบ้าน นายสุเทพฯ รับสารภาพเบื้องต้นว่าตนเองเป็นคนเปิดบัญชีธนาคาร และนำไปขายต่อให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง จำนวน 3 บัญชี ได้ค่าจ้างเพียงบัญชีละ 3,000 บาท (รวมเป็นเงิน 9,000 บาท)

โดยไม่คาดคิดว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการฉ้อโกง กรรโชก และรีดเอาทรัพย์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามียอดเงินหมุนเวียน และมูลค่าความเสียหายผ่านบัญชีในชื่อของตนสูงถึง 980,000 บาท ภายหลังการทำบันทึกจับกุม ที่ กก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้ขายบัญชีธนาคารไปทั้งหมด 3 บัญชี และ ได้ค่าจ้างทั้งหมด 9,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง